http://www.takuyak.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  ตะกู  บทความ  เว็บบอร์ด  รวมรูปภาพ
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
« June 2017»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 23/05/2008
ปรับปรุง 28/06/2017
สถิติผู้เข้าชม1,965,892
Page Views2,582,106
สินค้าทั้งหมด 5
Menu
หน้าแรก
บทความ
เว็บบอร์ด
รวมรูปภาพ
โลกร้อน หายนะมวลมนุษยชาติ
มิติธรรมชาติ
เศรษฐพอเพียง
สักทองพืชทำเงินที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาล
"ต้นยางนา" พืชสร้างเงินที่ไม่ธรรมดา
"ไม้ยูคาลิปตัส"ความต้องการใช้ที่มีอย่างต่อเนื่อง
เปิดคลังไอเดียพืชทำเงิน
ไม้พยุง ไม้เงินล้านวันนี้ราคาพุ่งแรงแซงไม่หยุด
ราคาทอง
ราคาน้ำมัน
พยากรณ์อากาศ
ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
กรมส่งเสริมการเกษตร
กรมวิชาการเกษตร
ทีวีผ่านเน็ต
ศูนย์รวมสมุนไพรทุกชนิด
เพื่อนบ้านทั้งหมด
 

สักทองพืชสร้างเงินสร้างทองอมตะ

สักทองพืชสร้างเงินสร้างทองอมตะ

 

สักทอง

 สักทอง,ต้นสักทอง,ไม้สักทอง,เมล็ดสักทอง,เหง้าสักทอง,สัก,ต้นสัก,ไม้สัก,กล้าสักทอง,ต้นกล้าสักทอง,การปลูกสักทอง,เพาะสักทอง,พันธุ์สักทอง,สักทองพันธุ์ดี,สวนสักทอง,สวนป่าสักทอง,ปลูกสักทอง,ต้นไม้สักทอง,การปลูกไม้สักทอง

สักทอง (Teak) ไม้ต้นขนาดใหญ่ผลัดใบในฤดูร้อน ลำต้น สักทอง เปลาตรงเปลือกเรียบหรือแตกเป็นร่องเล็ก ๆ สีเทา โคน สักทอง เป็นพูพอนต่ำ ๆ เรือนยอดเป็นพุ่มทรงกลมค่อนข้างทึบ เปลือกสีเทา เรียบ หรือแตกเป็นร่องตื้นตามความยาวลำต้น ขึ้นเป็นหมู่ในป่าเบญจพรรณทางภาคเหนือ บางส่วนในภาคกลางและภาคตะวันตก มีอยู่บ้างทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ชื่อสามัญอื่นอื่น: เซบ่ายี้, ปีฮือ, ปายี้, เป้อยี

สักทอง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ลำต้น สักทอง  : เป็นเปลาตรงเปลือกเรียบหรือแตกเป็นร่องเล็ก ๆ สีเทา โคนเป็นพูพอนต่ำ ๆ
  • ใบ สักทอง : เป็นใบเดี่ยวใหญ่มาก ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ ปลายใบแหลมโคนมน ยาว 25 - 30 เซนติเมตร กว้างเกือบเท่ายาว ใบของต้นอ่อนจะใหญ่กว่า นี้มาก ผิวใบขนสากคายสีเขียวเข้ม ขยี้ใบสดจะมีสีแดงเหมือนเลือด
  • ดอก สักทอง   : มีขนาดเล็ก สีขาวนวลออกเป็นช่อตาม ปลายกิ่ง ออกดอกและเป็นผลเดือน มิถุนายน - ตุลาคม
  • ผล สักทอง : เป็นผลแห้งค่อนข้างกลมเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตร เปลือกแข็ง ภายในมี 1 - 3 เมล็ด

  

การคัดเลือกพื้นที่ปลูก ต้นสักทอง

 ต้นสักทอง ก่อนเริ่มทำการเพาะปลูก ไม้สักทอง จะต้องพิจารณาคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับปลูก ไม้สักทอง เสียก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งได้กล่าวถึงไว้บ้างแล้วในตอนต้น อย่างไรก็ตามแม้ว่า ไม้สักทอง ในธรรมชาติจะขึ้นอยู่เฉพาะทางภาคเหนือ แต่ไม่ได้หมายความว่า ไม้สักทอง จะขึ้นทางภาคอื่นไม่ได้ ปัจจุบันการปลูกป่าสวน สักทอง เชิงธุรกิจ ทำการเพาะ ปลูกสักทอง และดูแล สวนป่าสักทอง อย่างปราณีต และนำวิชาการป่าไม้มาประยุกต์ใช้ ควบคู่กับวิชาการเกษตรสมัยใหม่ เช่นการเตรียมพื้นที่อย่างดี การปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างของดิน ให้เหมาะสมกับพันธุ์ไม้แต่ละชนิด การใส่ปุ๋ย ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก เพื่อการปรับปรุงดิน และช่วยเร่งความเจริญเติบโตของ ต้นไม้สักทอง ทำให้การปลูก สวนป่าสักทองเชิงธุรกิจประสบผลสำเร็จอย่างงดงาม อย่างไรก็ตาม การปลูกไม้สักทอง เพื่อหวังผลตอบแทนในเชิงธุรกิจนั้น ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นดินลูกรัง และบริเวณที่มีหินดานอยู่ใต้ผิวดิน รวมทั้งพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ๆ

การเตรียมพื้นที่

ปลูกต้นสักทอง

ควรใช้เครื่องจักรกลโดยใช้รถแทรกเตอร์ตีนตะขาบหรือล้อยางติดใบมีดหน้า เกรดปรับพื้นที่ล้มไม้ยืนต้นและกำจัดเศษไม้ปลายไม้ที่กีดขวางในบริเวณออกให้หมด แล้วใช้รถแทรกเตอร์ล้อยางเข้าไถบุกเบิก 1 ครั้งและพรวนสลับอีก 1 ครั้ง สวนสักทอง ขนาดใหญ่ ควรใช้รถแทรกเตอร์เกรดทำทางตรวจการการกว้าง 6 เมตร แบ่งเป็นแปลงย่อย ขนาด 10-50 ไร่ เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงาน และควรจัดเตรียมแหล่งน้ำไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในการรดน้ำ ต้นสักทอง ในหน้าแล้ง และช่วยในการดับไฟด้วย
การปักหลักหมายปลูก ต้นสักทอง

การปักหลักหมายปลูก ต้นสักทอง ดำเนินการหลังจากได้เตรียมพื้นที่เสร็จแล้ว ระยะปลูกที่เหมาะสมสำหรับการปลูก ไม้สักทอง ควรปลูกระยะ 3X3 เมตร ( 178 ต้น/ไร่ ) หรือ 2X4 เมตร ( 200ต้น/ไร่) ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้ปลูก ไม้สักทอง  การปลูกระยะ 2x4 เมตร ควรพิจารณาปลูกเมื่อแน่ใจว่า มีตลาดรับซื้อไ ม้สักทอง ขนาดเล็กที่ตัดสางออกเมื่อต้นสักอายุ 5 ปี ถ้าไม่แน่ใจว่ามีตลาดรับซื้อ ควรปลูกระยะ 3x3 เมตร

การปลูก ต้นสักทอง

ควรปลูก ไม้สักทอง ในช่วงต้นฤดูฝนจะให้ผลดีที่สุด ทั้งนี้เพราะ ต้นไม้สักทอง จะมีโอกาสตั้งตัวเร็ว และมีช่วงเวลาที่ ไม้สักทอง จะรับน้ำฝนและเจริญเติบโตมากกว่า ต้นไม้สักทอง ที่ปลูกในตอนปลายฤดูฝน ควรรดน้ำช่วยเหลือในช่วงแรกที่ปลูกและมีฝนทิ้งช่วง เพื่อช่วยให้ ต้นไม้สักทอง มีเปอร์เซ็นต์การรอดตายสูง ในปีแรกควรรดน้ำช่วยในช่วงหน้าแล้งเดือนละ 1 ครั้ง จะทำให้ ต้นสักทอง เจริญเติบโตเร็วมาก ไม่ควรรดน้ำ ต้นสักทอง เกิน 2 ปี เพราะจะทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายสูงเกินไป เมื่อ ต้นสักทอง ตั้งตัวได้แล้ว ควรหยุดการรดน้ำช่วย เพียงแต่ดูแลรักษา  ต้นสักทอง ตามปกติ เช่น การถางวัชพืช การใส่ปุ๋ย จะทำให้ ต้นสักทอง ที่ปลูกมีลวดลายสวยงาม สิ่งที่ผู้ปลูก ไม้สักทอง ควรคำนึงประการหนึ่ง ก็คือ การเร่งไม้สักทอง ให้โตเร็วมากเกินไป อาจจะทำให้ ไม้สักทอง มีลวดลายไม่สวยงามเหมือน  ไม้สักทอง ที่เจริญเติบโตตามธรรมชาติ
วิธีการปลูก ไม้สักทอง

ปลูกได้ 2 วิธี
วิธีที่ 1 ปลูกด้วยเหง้า วิธีนี้ ควรใช้สำหรับการปลูก ไม้สักทอง ที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ จะช่วยให้การปฏิบัติงานรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย เหง้าสักทอง ขนาดที่เหมาะสมควรมีเส้นผ่าศูนย์กลางที่คอราก (collar) ตั้งแต่ 1.2-2.0 ซม. ก่อนที่จะปลูกนำ เหง้าสักทอง ที่จะใช้ปลูกแช่น้ำยาเร่งรากเบอร์ 3 ประมาณ 10 นาที ใช้ชะแลงปักดินห่างจากโคนหลักหมายปลูก ประมาณ 15 ซม. ในแนวตรง แล้วดึงด้ามชะแลงเข้าหาตัวเอียงประมาณ 15 องศา ให้มีความลึกพอดีกับขนาดความยาวของราก เหง้าสักทอง  (ประมาณ 15-20 ซม.) ดึงชะแลงออก แล้วใส่ เหง้าสักทอง ลงไปในหลุมตรง ๆ ให้ปลาย เหง้าสักทอง เสมอกับระดับผิวดินหรือต่ำกว่าผิวดินเล็กน้อย ปักชะแลงลงในดินมาทางตัวผู้ปลูก เพื่ออัดดินชั้นบนให้กระชับส่วนของคอราก (collar) ใช้ส้นเท้ากดดินรอบ ๆ โคนราก เหง้าสักทอง ให้แน่น การ ปลูกต้นสักทอง ด้วยเหง้า ควรคัดเลือก เหง้าสักทอง ที่มีขนาดเท่ากัน ปลูกในบริเวณเดียวกัน โดยปลูก เหง้าสักทอง ที่มีขนาดใหญ่ อยู่ตอนในของพื้นที่ และปลูก เหง้าสักทอง ที่มีขนาดเล็กบริเวณรอบนอกของพื้นที่ จะช่วยทำให้ ต้นสักทอง มีความเจริญเติบโตสม่ำเสมอกันทั้งแปลง
วิธีที่ 2 ปลูกด้วยการชำถุง ใช้สำหรับการปลูก ต้นสักทอง พื้นที่ไม่มากนัก ถ้าเตรียมกล้าอย่างดีจะทำให้ ต้นสักทอง เจริญเติบโตรวดเร็วและสม่ำเสมอ กล้าสักทอง ชำถุง ควรมีความสูงไม่ต่ำกว่า 30 ซม. ก่อน ปลูกสักทอง ทำให้แกร่ง (hardening) ไม่น้อยกว่า 15 วัน เวลาปลูกใช้จอบขุดหลุมปลูกขนาด 20x20x20 ซม. ห่างจากโคนหลักหมายปลูกประมาณ 15 ซม. ค่อย ๆ เอาถุงออกจาก กล้าสักทองก่อนนำลงปลูก พยายามอย่าให้ กล้าไม้ส้กทอง กระทบกระเทือนมากเกินไป หรือให้ดินรอบโคน กล้าไม้สักทอง แตกหลุดร่วงนำ กล้าไม้สักทอง ลงวางในหลุมปลูก ไม้สักทอง ในแนวตรง กลบดินรอบ ๆ โคนกล้า ไม้สักทอง ให้แน่น การปลูก ไม้สักทอง ด้วย กล้าสักทอง ชำถุง ควรปลูกในช่วงเวลาที่มีฝนตกชุกหรือรดน้ำหลังปลูก ต้นสักทอง  จึงจะได้ผลดีและมีเปอร์เซ็นต์การรอดตายสูง

 

ต้นสักทอง

การปลูกซ่อม

หลังจากการทำการ ปลูกต้นสักทอง เสร็จแล้ว ประมาณ 1 เดือน หากตรวจพบว่า ต้นสักทอง ตาย ให้รีบทำการปลูกซ่อม ต้นสักทอง โดยเร็ว และควรทำการปลูกซ่อม ต้นสักทอง ด้วย ต้นกล้าสักทอง ชำถุงที่สมบูรณ์แข็งแรงและมีความสูงไม่ต่ำกว่า 30 ซม. ทั้งนี้เพื่อให้ ต้นสักทอง ที่ปลูกในครั้งแรกและที่ปลูกซ่อมภายหลังมีความเจริญเติบโตใกล้เคียงกัน
การใส่ปุ๋ย ต้นสักทอง

การปลูก ไม้สักทอง เชิงธุรกิจ การใส่ปุ๋ย ต้นสักทอง เพื่อช่วยเร่งการเจริญเติบโตให้ ต้นไม้สักทอง ในระยะแรก นับว่ามีความจำเป็นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณที่มีสภาพดินเลว ควรใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15, 22-11-11 หรือ 18-12-6 ให้แก่ ต้นไม้สักทอง ปีละ 2 ครั้ง ปีแรกใส่ครั้งละ 25 กรัม/ต้น ปีที่ 2 ใส่ครั้งละ 50 กรัม/ต้น ปีที่ 3 ใส่ครั้งละ 75 กรัม/ต้น ปีที่ 4-5 ใส่ครั้งละ 100 กรัม/ต้น สำหรับปีต่อๆ ไป ควรใส่ปุ๋ยให้เฉพาะ ต้นสักทอง ที่มีขนาดเล็ก เพื่อช่วยเร่งให้มีความเจริญเติบโตทันเท่าต้นอื่นเท่านั้น ในบางสภาวะ ถ้าสามารถใช้ปุ๋ยคอกรองก้นหลุมก่อนปลูก หลุมละ 1 กก. จะช่วยให้ ต้นสักทอง เจริญเติบโตได้ดีขึ้นมาก อัตราการใส่ปุ๋ย ต้นสักทอง ดังกล่าว ใช้สำหรับพื้นที่ซึ่งมีความสมบูรณ์ปานกลาง แต่ถ้าพื้นที่มีสภาพดินไม่ดี ต้องใส่ปุ๋ยมากกว่านี้ โดยเฉพาะพื้นที่แห้งแล้งดินทราย จะต้องใส่ปุ๋ยมากกว่าอัตราที่กำหนดไว้อย่างน้อย 2 เท่า คำแนะนำ ข้อควรปฏิบัติสำหรับการใส่ปุ๋ยก็คือ ควรทำการวิเคราะห์ดินก่อนเพื่อการใส่ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิผล ก่อนการใส่ปุ๋ยทุกครั้ง จะต้องถางวัชพืชรอบโคน ต้นสักทอง ให้เตียนก่อน แล้วจึงจะใส่ปุ๋ย ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชที่ขึ้นอยู่รอบ ๆ โคน ต้นสักทอง แย่งปุ๋ยไปจาก ต้นไม้สักทอง  ทำให้ ต้นไม้สักทอง ได้รับปุ๋ยไม่เต็มที่ ควรพิจารณา ใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือ ปุ๋ยพืชสด ร่วมกับปุ๋ยเคมีด้วยเพื่อช่วยปรับปรุงโครงสร้างของดิน เพิ่มอินทรีย์วัตถุในดินมากขึ้น การใส่ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียงเป็นเวลานาน ๆ จะทำให้ดินแน่น ต้นไม้สักทอง จะไม่สามารถนำปุ๋ยเคมีที่ใส่ ไปใช้ประโยชน์ได้เต็มที่
การลิดกิ่ง (Pruning)

ตามปกติ การปลูก ต้นไม้สักทอง ในเชิงธุรกิจ มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ

  • ประการแรก ปลูกต้นไม้สักทอง เพื่อต้องการปริมาณ (Quanlity)
  • ประการที่ 2 ปลูกต้นไม้สักทอง เพื่อต้องการคุณภาพ (Quality)

การปลูกไม้สักทอง มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการ ไม้สักทอง ที่มีคุณภาพดี เปลาตรง และปราศจากตำหนิ จากปุ่ม ตา เมื่อเวลาตัด ไม้สักทอง ขายได้ราคาแพง จึงจำเป็นต้องทำการลิดกิ่ง ไม้สักทอง  ควรเริ่มลิดกิ่ง ต้นสักทอง ในปีที่ 2 สำหรับปีแรก ควรทำเฉพาะตัด ตันสักทอง ที่ขึ้นแซมออก โดยคัดเลือกให้เหลือ ต้นสักทอง ที่แข็งแรงและลักษณะดี ไว้เพียง 1 ต้น เท่านั้น
            วิธีการลิดกิ่ง ต้นไม้สักทอง ที่ถูกต้อง จะต้องใช้กรรไกรหรือเลื่อย ตัดกิ่ง ไม้สักทอง ให้เรียบชิดขนานกับลำต้น สักทอง  ไม่ให้เหลือส่วนของโคนกิ่ง สักทอง ไว้บน ลำต้นสักทอง และการตัดจะต้องไม่ทำให้เปลือก สักทอง ฉีกขาดและ ลำต้นสักทอง ได้รับอันตราย การลิดกิ่ง สักทอง แต่ละครั้ง ควรเหลือเรือนยอดที่เป็นกิ่ง สักทอง สดไว้พอเพียงกับความเจริญเติบโตของ ต้นไม้สักทอง นั้น  โดยปกติจะลิดกิ่ง สักทอง ออกแต่ละครั้งเพียง 1/3 เท่านั้น การลิดกิ่ง สักทอง ทำปีละครั้ง ในหน้าแล้งซึ่งเป็นระยะที่ต้นไม้สักทอง หยุดการเจริญเติบโต สำหรับความสูงที่ต้องลิดกิ่ง สักทอง  ขึ้นอยู่กับลักษณะรูปทรงของต้นไม้สักทอง  ความต้องการและวัตถุประสงค์ของผู้ปลูก สักทอง ว่า ต้องการ ไม้ซุงสักทอง ที่มีลักษณะดี ยาวเท่าไร อย่างไรก็ตาม ควรทำการลิดกิ่ง สักทอง สูงจากพื้นดินอย่างน้อย 6 เมตร และใช้ปูนขาวผสมน้ำทาตรงบริเวณรอยที่ตัดแต่งกิ่ง สักทอง ออก เพื่อป้องกันเชื้อราเข้าทำอันตราย ต้นสักทอง ในภายหลัง

การตัดสางขยายระยะ (Thinning)

            คือ การตัด ต้นไม้สักทอง ที่ขึ้นอยู่หนาแน่นออกเพื่อช่วยให้ ต้นไม้สักทอง ที่เหลือมีโอกาสเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ วิธีการตัดสางขยายระยะ ต้นสักทอง  มีหลายวิธี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ ถ้าต้องการตัดสางขยายระยะ มีหลายวิธี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ ถ้าต้องการตัดสาง ต้นสักทอง  เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของ ต้นไม้สักทอง ที่เหลือเพียงอย่างเดียว ก็พิจารณาตัด ต้นไม้สักทอง ขนาดเล็ก แคระแกร็น คดงอ และเป็นโรคออก แต่ถ้าต้องการใช้ประโยชน์หรือนำ ไม้สักทอง ที่ตัดออกมาจำหน่ายด้วยก็ควรใช้ วิธีตัดต้นเว้นต้น กำหนดระยะเวลาในการตัดสางขยายระยะ ขึ้นอยู่กับ วัตถุประสงค์ระยะ ปลูกสักทอง  และอัตราความเจริญเติบโตของ ต้นไม้สักทอง ถ้าปลูกระยะถี่และ ต้นไม้สักทอง โตเร็ว การตัดสางขยายระยะ ต้นสักทอง ก็จะต้องทำเร็วกว่าปลูกระยะห่าง อย่างไรก็ตาม มีหลักในการสังเกตอย่างง่าย ๆ ในการตัดสางขยายระยะต้นไม้ สักทอง ก็คือ "ให้เริ่มทำการตัดสางขยายระยะ ต้นไม้สักทอง  เมื่อเรือนยอดของ ต้นไม้สักทอง เริ่มเบียดชิดกัน
การปลูก สวนสักทอง ระบบวนเกษตร

            คือ การใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยการนำพืชเกษตรมาปลูกควบคู่กับการปลูก ไม้สักทอง ซึ่งเป็นการเสริมรายได้ให้แก่ผู้ลงทุนในระยะแรกที่ยังไม่สามารถนำ ไม้สักทองที่ปลูกมาใช้ประโยชน์ได้ นอกจากนี้ ยังเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดศัตรูพืชใน สวนสักทอง อีกด้วย ต้นสักทอง ที่ปลูกในระบบวนเกษตรนี้จะมีความเจริญเติบโตดีกว่าการปลูก สักทอง เพียงอย่างเดียว ทั้งนี้เพราะ ต้นสักทอง จะได้รับการบำรุงรักษาอย่างดีเช่นเดียวกับพืชเกษตรที่ปลูกควบคู่กันด้วย การปลูกสวนผัก สามารถปลูกพืชเกษตรควบคู่ในระหว่างแถว ต้นสักทอง ได้อย่างน้อย 2 ปี
เทคนิคการล้มและตัดทอนไม้สักทอง

            ไม้สักทอง  เป็นไม้ดีมีคุณภาพ และราคาแพง (Quality tree) วัตถุประสงค์ของผู้ปลูกต้องการต้นไม้ที่มีลำต้นโต เปลาตรง และเนื้อไม้มีลวดลายสวยงาม จึงพยายามหาวีธีการปลูกและบำรุงรักษาอย่างประณีต เพื่อให้ไม้สักทองโตเร็ว รูปทรงของลำต้นเปลาตรง สวยงามตามความต้องการ วิธีการล้มและตัดทอนไม้สักทองเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญมากสำหรับการจัดสวนไม้สักทอง ผู้ปลูกไม้สักทองควรทราบเพื่อนำไปปฏิบัติให้ถูกต้อง เมื่อถึงเวลาตัดไม้สักทองในสวนป่าที่ปลูกไว้ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ ให้ได้ไม้สักทองที่มีคุณภาพ และประสิทธิภาพสูงต่อไป
การวางแผนการปฏิบัติงาน ปลูกต้นสักทอง

            การตัด ไม้สักทอง หรือการล้ม ไม้สักทอง ใน สวนป่าสักทอง ที่ปลูกไว้ ( Man-made forests) เพื่อนำ ไม้สักทอง ที่โตได้ขนาดหรือมีอายุครบรอบตัดฟันออกมาใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ แต่ละครั้งไม่ว่าจะเป็นการตัดโดยวิธีเลือกตัด (Selection cutting) ตัดโดยวิธีตัดหมด (Clear cutting) หรือเลือกตัดเฉพาะ ต้นสักทอง ขนาดเล็กออกก็ตาม การตัด ไม้สักทอง ออกแต่ละครั้ง ย่อมเป็นบริเวณกว้าง และมี ต้นไม้สักทอง ที่ถูกตัดออกเป็นจำนวนมาก ดังนั้น ในกรณีเช่นนี้ การวางแผนล่วงหน้าเป็นพิเศษจะช่วยให้การทำงานสะดวกขึ้น ทำให้การทำงานง่ายขึ้น ปลอดภัยกว่า และมีประสิทธิภาพมากขึ้น สิ่งสำคัญประการแรกที่ผู้ปฏิบัติงานจำเป็นจะต้องมีก็คือ " แผนที่"
การเตรียมการล้มไม้

            ฤดูล้ม ไม้สักทอง ที่เหมาะสมคือฤดูฝน เพราะเป็นฤดูที่มีดินอ่อน ไม้สักทอง ไม่แตกง่าย ต้นไม้หรือพืชอื่น ที่เสียหายเพราะการล้ม ไม้สักทอง ฟื้นตัวได้ง่าย ดังนั้นฤดูล้ม ไม้สักทอง ในประเทศไทยจึงมักจะเริ่มต้นกันในเดือน มิถุนายน ซึ่งเป็นต้นฤดูฝน ไม่ควรล้ม ไม้สักทอง ในเวลาที่มีอากาศร้อนและดินแห้งแข็ง ในเวลาที่มีอากาศร้อนนั่น เนื้อ ไม้สักทอง จะเปราะมากกว่าปกติ ถ้าล้มไปกระทบดินแข็งด้วยแล้วจะทำให้ ไม้สักทอง แตกเสียหายได้ง่ายขึ้น การล้ม ไม้สักทอง เป็นงานที่มีอันตรายมากที่สุด ในการปฏิบัติงานซึ่งต้องการคนงานที่มีความชำนาญและต้องการวางแผนการทำงานอย่างรอบคอบ การล้ม ไม้สักทอง เป็นหมู่ควรจะต้องกำหนดระยะห่างของคนงานที่เข้าล้ม ไม้สักทอง ไว้ให้มากพอสมควรเพื่อไม่ให้ ต้นไม้สักทอง ล้มลงมาทับพนักงานล้มไม้คนอื่นๆ โดยคำนวณระยะทางล้มของ ต้นไม้สักทอง จากความยาวของ ต้นไม้สักทอง  2 ต้น สำหรับในป่าที่ไม่สามารถเห็นต้นไม้ได้ชัดเจนควรกำหนดระยะทางเผื่อไว้เท่ากับความยาวของต้นไม้ 4 ต้น
            การกำหนดทิศทางของ ต้นไม้สักทอง ที่จะล้ม ควรตัดสินใจอย่างรอบคอบ ซึ่งขึ้นอยู่กับทิศทางที่จะบังคับให้ ต้นไม้สักทอง ล้มหรือการใช้ลิ่ม การเอนของ ต้นไม้สักทอง ลม สิ่งกีดขวางทางล้มของ ต้นไม้สักทอง และสิ่งกีดขวางบนพื้นดิน นอกจากนั้นควรมองหาทางหลบภัยในขณะที่ไม้ล้มไว้ด้วย เมื่อได้กำหนดทิศทางล้มของ ต้นไม้สักทอง ไว้แล้ว เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ควรวางไว้ในด้านตรงข้ามกับทิศทางที่ ต้นไม้สักทอง ล้มข้างหลัง ต้นไม้สักทอง  ทำการแผ้วถางพื้นที่รอบๆต้นไม้สักทอง  ที่จะทำการโค่นให้เตียน ถางทางหลบภัย ขณะที่ ต้นไม้สักทอง ล้มลงให้เตียนไว้ 2 ทาง และไกลพอที่คิดว่าปลอดภัย และทางวิ่งหลบภัยทั้งสองด้านนี้ ควรทำมุมทางด้านข้างกับแนวด้านหลังของต้นไม้ 45 องศา รอบๆ โคน ต้นไม้สักทอง ที่ทำการโค่นล้ม ควรใช้มีดหรือขวานถากเปลือกตามแนวรอบๆ บริเวณที่จะตัดให้เรียบก่อนเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้โซ่เลื่อยทื่อเร็วเกินไป
การล้มไม้สักทองขนาดเล็ก

            ไม้สักทอง ขนาดเล็ก เช่น ไม้ตัดสางขยายระยะ (Thinning) โดยปกติจะใช้พนักงานเลื่อยยนต์เข้าดำเนินการเพียงคนเดียว ส่วนการลิดกิ่งหรือตัดทอนกิ่ง ไม้สักทอง นั้น จะใช้ขวานโดยใช้คนงานเป็นหมู่ ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป การตัดทอนกิ่ง ไม้สักทอง นี้ ถ้าคนงานรู้จักวิธีใช้เลื่อยยนต์แล้ว จะได้เปรียบกว่าการใช้ขวานมาก ต้นไม้สักทอง ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่โคน ต้นสักทอง ประมาณ 60 ซ.ม. และมีรูปทรงปกติ จะสามารถบังคับให้ ต้นไม้สักทอง ล้มไปในทิศทางที่ต้องการได้ง่าย หลังจากที่พนักงานล้ม ไม้สักทอง ได้กำหนดทิศทางการล้มไม้ของ ต้นไม้สักทอง แล้ว และถางวัชพืชบริเวณโคนต้น และทำทางหลบภัยในขณะ ไม้สักทอง ล้มไว้แล้ว ก็ใช้เลื่อยยนต์ทำบากหน้าก่อน การบากหน้าควรบากให้ลึกเข้าไปในเนื้อ ไม้สักทอง  ประมาณ 1/5-1/4 ของเส้นผ่าศูนย์กลางของ ต้นไม้สักทอง  และพยายามบากหน้าให้ชิดดิน เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์จาก เนื้อไม้สักทอง ให้มากที่สุด นอกจากนั้น การตัด ไม้สักทอง ที่เหลือ ตอไม้สักทอง ไว้สูง อาจจะทำให้ไม่สะดวกในการปฏิบัติงานในภายหลังได้เหมือนกัน การบากหน้า ควรบากทำมุมประมาณ 45 องศา
            การทำบากหน้า ควรใช้เลื่อยยนต์ ตัดเป็นแนวเฉียง 45 องศาก่อน แล้วจึงตัดตามแนวนอน โดยพยายามให้แนวนอนพบกับแนวเฉียงเป็นเส้นตรง การทำบากหน้า ควรให้หันหน้าไปตามทิศทางการล้มของ ต้นไม้สักทอง  เป็นมุม 90 องศา การบากหน้ามีความสำคัญสำหรับการล้ม ไม้สักทอง มาก ถ้าเราทำบากหน้าไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ก็อาจจะทำให้ทิศทางการล้มของ ต้นไม้สักทอง ไม่เป็นไปตามทิศทางที่ต้องการ การทำลัดหลังจะต้องพยายามให้อยู่ในแนวนอน และแนวอยู่สูงกว่าแนวของบากหน้า ประมาณ 2.5-5 ซ.ม. ถ้า ต้นไม้สักทอง ที่ทำการล้มมีขนาดเล็กกว่าใบเลื่อย การลัดหลังสามารถทำได้ง่าย โดยการใช้เลื่อยยนต์ลัดหลังเพียงครั้งเดียวและด้านเดียว แต่ถ้า ต้นไม้สักทอง มีขนาดใหญ่กว่า การลัดหลังจะต้องใช้เลื่อยยนต์ตัดหลายครั้งและหลายด้าน
การล้มไม้สักทองขนาดใหญ่

            ต้นไม้สักทอง ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวมากกว่า 2 เท่าของความยาวของใบเลื่อยการบากหน้าจะต้องทำจาก 2 ด้าน และเพื่อป้องกันไม่ให้ ต้นไม้สักทอง หนีบใบเลื่อยจะต้องบากหน้าตามแนวนอนก่อน แล้วจึงบากหน้าตามแนวเฉียงลงมาตัดกับแนวนอนภายหลัง ต่อไปใช้ปลายใบเลื่อยตัดเนื้อไม้เข้าไปให้ถึงศูนย์กลางของลำต้น โดยตัดเข้าไปทางด้านของบากหน้า ระดับเดียวกับแนวนอนของบากหน้าโดยให้มีแกนกลาง เหลืออยู่ทั้ง 2 ด้านของ ต้นไม้สักทอง หนาอย่างน้อย 5 ซ.ม. แล้วจึงทำการลัดหลัง การลัดหลังจะต้องอยู่ในระดับความสูงกว่าแนวนอนของบากหน้า ไม่น้อยกว่า 10-20 ซ.ม. สำหรับต้นไม้สักทอง ที่มีพูพอนขนาดเล็ก ไม่ควรตัดพูพอนออกก่อน เพราะจะมีความปลอดภัยมากกว่า ถ้าเราปล่อยพูพอนไว้เช่นนั้น ถ้ามีความต้องการที่จะต้องตัดพูพอนออก เพื่อความสะดวกในการขนย้าย ก็สามารถทำได้สะดวกกว่า เมื่อได้โค่นไม้ล้มลงแล้ว แต่ถ้าใบเลื่อยสั้นเกินไปที่จะทำการโค่นล้มไม้เหมือนกัน ซึ่งการตัดพูพอนออกก่อนในกรณีนี้จะช่วยทำให้การล้ม ไม้สักทอง ง่ายขึ้น
การล้มไม้เอน

ถ้า ต้นไม้สักทอง ที่จะทำการล้ม เอนทิ้งน้ำหนักของลำต้นไปทางเดียวกันกับที่จะทำการล้ม เทคนิคดังต่อไปนี้ จะช่วยหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการแตกร้าวของ เนื้อไม้สักทอง  และเลื่อยยนต์ถูกไม้หนีบ             สำหรับ ไม้สักทอง ขนาดเล็ก หลังจากทำการบากหน้าแล้ว การลัดหลัง จะต้องแบ่งออกเป็น 3 ส่วน โดยทำลัดหลังทางด้านข้างทั้ง 2 ด้านเลียก่อน แล้วจึงทำการลัดหลังส่วนที่เหลือภายหลัง
            สำหรับ ไม้สักทอง ขนาดใหญ่ การทำบากหน้าต้องไม่ลึกมากกว่า 1/4 ของเส้นผ่าศูนย์กลางของ ต้นไม้สักทอง  มิฉะนั้น ใบเลื่อยจะถูกไม้หนีบได้ แล้วการทำการลัดหลังจะต้องใช้ปลายใบเลื่อยตัดเจาะเข้าไปทางด้านข้างของลำต้นด้านหนึ่งก่อน ถ้าเป็น ไม้สักทอง ขนาดใหญ่ จะต้องใช้ปลายใบเลื่อยตัดเจาะเข้าไปทางด้านข้างอีกด้านหนึ่งด้วย เนื้อไม้สักทอง ส่วนที่เหลือ ให้ใช้เลื่อยยนต์ตัดเป็นมุมทะแยงลงมายังแนวที่ทำลัดหลังไว้ก่อนแล้ว
            การล้ม ไม้สักทอง ที่เอนประมาณ 30 องศา สามารถทำได้โดยทำบากหน้า ให้หันไปตามทิศทางที่จะให้ไม้ล้ม มุมของบากหน้าทางด้านที่ไม้เอนจะต้องเล็กกว่ามุมของบากหน้าทางด้านของทิศทางที่ไม้ล้ม และใช้ลิ่มใส่ทางด้านที่ไม้เอน เพื่อตอกช่วยบังคับทิศทางการล้มของ ไม้สักทอง ด้วย
การทอนไม้

            การล้ม ไม้สักทอง  การลิดกิ่ง และการทอน ไม้สักทอง  ควรทำโดยพนักงานชุดเดียวกัน โดยทำงานต่อเนื่องกันไป ให้เสร็จเรียบร้อยเป็นต้นๆ ไป ในระหว่างทำการทอน ไม้สักทอง หรือลิดกิ่ง ไม้สักทอง ที่มีขนาดใหญ่ พนักงานเลื่อยยนต์ควรจะต้องระมัดระวังและสังเกตดูว่า ใบเลื่อยจะถูกไม้หนีบหรือไม่ หรือ ไม้ซุงสักทอง ที่กำลังตัดทอนอยู่นั้น เมื่อตัดขาดแล้ว จะกลิ้งมาทับพนักงานได้หรือไม่ ขณะปฏิบัติงาน พนังงานเลื่อยยนต์ ควรจะเลือกยืนทางด้านที่ปลอดภัยเสมอ โดยเฉพาะในพื้นที่ซึ่งเป็นภูเขา
            สำหรับ ไม้สักทอง ขนาดเล็ก พนักงานเลื่อยยนต์ไม่จำเป็นต้องมีผู้ช่วยการทอน ไม้สักทอง ขนาดเล็กบางทีเราสามารถใช้เลื่อยยนต์ทอน ไม้สักทอง ขาดได้ทีเดียว โดยไม่ต้องยกเลื่อยยนต์หลายครั้งและใช้ลิ่มเพียงอันเดียวก็เป็นการเพียงพอ สำหรับป้องกันไม่ให้ใบเลื่อยถูกไม้หนีบ สำหรับ ไม้สักทอง ขนาดใหญ่ มีความจำเป็นต้องมีผู้ช่วยคอยให้ความช่วยเหลือ ในการหมายไม้ที่จะตัดทอนร่วมกับพนักงานเลื่อนยนต์ และลูกมือจะต้องทำการแผ้วถางบริเวณที่จะปฏิบัติงานให้เตียน เพื่อความสะดวกในการทำงานด้วย ขณะปฏิบัติงาน ผู้ช่วยต้องคอยดูโดยใกล้ชิดและใช้ลิ่มช่วย หรือใช้เลื่อยยนต์แทน เมื่อพนักงานเลื่อยยนต์เหนื่อย
            กรณีที่ ไม้สักทอง มีขนาดใหญ่เกินกว่าใบเลื่อย การทอน ไม้สักทอง จำเป็นต้องทำหลายๆ ด้าน ซึ่งต้องมีการเคลื่อนย้ายเลื่อยยนต์หลายครั้ง โดยวิธีการตัดทอนดังกล่าวนี้สามารถตัดทอน ไม้สักทอง ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางโตกว่า 2 เท่าของความยาวใบเลื่อย การใช้ลิ่มมีความจำเป็นมาก เพื่อป้องกันไม่ให้ไม้หนีบใบเลื่อย สำหรับ ไม้สักทอง ที่มีขนาดใหญ่มาก อาจจะต้องใช้ลิ่ม 2 อัน เพื่อป้องกันไม่ให้ไม้บิดจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง ซึ่งจะทำให้ไม้หนีบใบเลื่อย ก่อนที่การทอน ไม้สักทอง จะเสร็จสิ้นลง เมื่อพิจารณาเห็นว่า ไม้เริ่มจะหนีบใบเลื่อย ให้รีบใส่ลิ่มเสียก่อน เมื่อตัดไม้เข้าไปลึกพอควร

                                                                     

การหมายไม้

            การหมายไม้หมายถึงการกำหนดความยาวของ ต้นไม้สักทอง ที่ล้มเพื่อตัดทำเป็น ซุงไม้สักทอง ให้ได้คุณภาพดีที่สุด ไม้สักทอง ต้นหนึ่งอาจหมายตัดทอนเป็นซุงได้หลายท่อน การหมาย ไม้ซุงสักทอง ที่ทำออกจาก สวนสักทอง นั้นต้องอาศัยความรู้ความชำนาญ ต้องรอบรู้ถึงความต้องการของตลาด รวมทั้งจะต้องรู้ถึงสภาพของทางที่จะขนส่ง ไม้สักทอง และยานพาหนะที่จะใช้ขนส่ง ไม้สักทองนั้น เพื่อจะได้หมายไม้เป็นท่อนซุง ไม้สักทอง ได้ถูกต้องตามประสงค์             อย่างไรก็ดีการหมายไม้ที่ถูกต้องควรยึดหลักในการหมายไม้แต่ละท่อนว่า ให้ได้เนื้อไม้มากที่สุด ให้ได้ซุงที่มีคุณภาพดีที่สุด และไม่ทิ้งส่วนของเนื้อไม้ที่ดีพอใช้ประโยชน์ได้ไว้ในป่า เนื่องจาก ไม้สักทอง เป็นไม้ที่มีค่าและมีราคาแพง ฉะนั้นการหมายไม้สักทอง จึงต้องทำกันอย่างละเอียดพิถีพิถัน ไม้ซุงสักทอง ที่มีคุณภาพดีมีความยาวมากจะทำให้ได้ราคาดีไปด้วย ในตลาดไม้แปรรูปเมืองไทย ไม้ยาวมีราคาสูงกว่าไม้สั้น ฉะนั้นการพยายามให้ ไม้ซุงสักทอง ที่หมาย มีความยาวมากขึ้นเท่าใดย่อมทำให้ได้ราคาขายดีขึ้นเท่านั้น
ตำหนิของไม้สักทอง

            คุณภาพของ ไม้สักทอง เกี่ยวข้องกับตำหนิต่างๆ อยู่มาก ตำหนิเหล่านี้ทำให้ราคา ไม้สักทอง ต่ำลง ฉะนั้นจึงควรได้ทราบตำหนิต่างๆ ของ ไม้สักทอง ซึ่งเป็นที่รังเกียจของผู้ซื้อ เพื่อให้เป็นแนวทางในการหมายไม้ออกมาเป็น ไม้ซุงสักทอง ที่คุณภาพดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตำหนิต่างๆ ของไม้สักทอง โดนทั่วๆ ไป มีดังนี้
1.โพรง ไม้สักทอง แตกต่างกว่าไม้กระยาเลยตรงที่ว่า โพรงของ ไม้สักทอง ส่วนใหญ่มักเกิดที่โคนและปลายต้น ตอนกลางต้นมักจะตัน ไม้สักทอง ต้นที่มีอายุมากมักจะเป็นโพรง ดังนั้นการกำหนดขนาดจำกัดของ ไม้สักทอง ไว้โตๆ จึงมักจะเป็นโพรงและได้ ไม้สักทอง คุณภาพทรามออกมาเป็นสินค้า ไม้สักทอง ที่โพรงใหญ่ก็จะเหลือเนื้อ ไม้สักทอง ที่ใช้การได้น้อย ทั้งจะต้องเสียค่าภาคหลวง เสียค่าชักลาก ค่าขนส่ง ส่วนที่เป็นโพรงนั้นด้วย ดังนั้นจึงควรใช้ไม้แหย่เพื่อวัดความลึกของโพรงและตัดทอนส่วนที่เป็นโพรงทิ้ง ส่วนไม้กระยาเลยนั้น เมื่อโคนเป็นโพรงแล้วมักจะโพรงตลอดต้นและเป็นไส้ฟัก คือ เนื้อไม้ผุยุ่ย
2.โพรงหมีกัด เกิดจาก ไม้สักทอง นั้นเป็นโพรงเล็กอยู่ก่อน ผึ้งเข้าไปทำรังเมื่อหมีต้องการกินน้ำผึ้งจะขยายโพรงนั้นให้กว้างออกเป็นรูใหญ่ ทำให้เกิดตำหนิเสียเนื้อ ไม้สักทอง มาก
3.คด ต้นไม้สักทอง ซึ่งเกิดจากแม่ ไม้สักทอง คุณภาพไม่ดี หรือถูกบีบคั้นโดยธรรมชาติมาตั้งแต่ยังเป็นต้นเล็กๆ เช่น ถูกไม้อื่นเบียดบัง ทำให้ ต้นไม้สักทอง นั้นต้องเอนตัวเพื่อหาแสงสว่าง เป็นต้น
4.พู พอน คือเนื้อ ไม้สักทอง ซึ่งออกมาจากด้านข้างของลำต้นตอนโคนเพื่อยึดลำ ต้นไม้สักทอง ให้ยืดตรงอยู่ได้ ไม้บางชนิดมีพูพอนเกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่น ไม้ตะแบก ไม้ตะบูน พูพอนของไม้ส่วนใหญ่มักจะลีบเล็กเป็นแผ่นบางใช้การไม่ได้ ฉะนั้นก่อนที่จะโค่นล้มจึงตวรจะตัดพูพอนส่วนที่เป็นครีบออกเสียก่อน
5.ตา เป็นส่วนของกิ่ง ไม้สักทอง หรือส่วนที่กลายเป็นกิ่งไม้แล้วแต่ยังฝังอยู่ในเนื้อไม้ ตาแบ่งออกได้เป็น ตาตัน ได้แก่ตาที่มีเนื้อแน่นและไม่หลุดออก ตาเช่นนี้อาจจะนำมาใช้เป็นประโยชน์ได้ ถ้าการใช้ไม้นั้นไม่เกี่ยวกับการรับน้ำหนัก เพราะตาเช่นนี้จะทำให้เนื้อไม้สนและอาจแตกร้าวได้ง่าย ตาเสียหรือตาผุ เกิดจากเนื้อ ไม้สักทอง ของกิ่งที่เกิดใหม่มีความแข็งอ่อนไม่เท่ากับความแข็งอ่อนของลำต้น หรือเกิดจากน้ำฝนไหลเข้าไปในตาแล้วเกิดเชื้อเห็ดราทำให้ตาผุ
6.รูมอดป่า เกิดจากตัวมอดป่าหรือแมลงชนิดอื่นเจาะไชเนื้อไม้โดยฌฉพาะไม้สักมีแมลงประเภทผีเสื้อกลางคืน (moth) ที่เรียกกันว่า Bee hole borer (Xyleutes ceramicus) ตัวหนอนของผีเสื้อกลางคืนชนิดนี้จะกัดเจาะเนื้อไม้ให้เป็นรูไปทั่วทั้งต้น ทำให้คุณภาพไม้ต่ำลง
7.เดาะ เกิดจากการล้ม ไม้สักทอง ไม่ถูกวิธีทำให้เนื้อไม้เดาะเสียหาย เช่น ล้มไม้ข้ามห้วย ล้มไม้ทับก้อนหิน ฯลฯ ไม้เดาะนี้บางทีอาจจะเดาะเพียงด้านเดียว หรือเดาะแต่ผิว ส่วนด้านอื่นยังใช้การได้ควรสังเกตให้ดี
8.ฉีก เกิดจากการล้มไม้ไม่ดี ไม่ปฏิบัติตามกฏเกณฑ์ เช่นบากหน้าน้อยเกินไป หรือบากหน้ามากเกินไปจนลัดหลังไม่ทันทำให้เนื้อ ไม้สักทอง ฉีก หรืออาจเกิดจากการทอนไม้ซึ่งมักจะเกิดขี้นเมื่อท่อนไม้ที่จะทอนไม่นอนแนบสนิทกับพื้นดิน และไม่ได้ป้องกันให้ถูกวิธี
9.รอยแตกร้าวที่หน้าตัด เกิดจากการล้ม ไม้สักทอง สดแล้วทิ้งให้ตากแดดตากฝน การยืดหดของไม้สักทอง ตามผิวและจากส่วนในของท่อน ไม้สักทอง ไม่เท่ากัน หรือความชื้นในท่อนไม้ลดลงเร็วเกินไป
10.รอยร้าวที่หน้าตัด เกิดขึ้นจากการหดตัวของเนื้อไม้ไม่เท่ากัน เช่นไม้สดนำมาตากแดด ส่วนของเนื้อไม้มีความแข็งอ่อนไม่เท่ากันจึงเกิดการแตกตามวงรอบปีหรือแตกตามส่วนโค้งของหน้าตัดโดยแตกเป็นวงเรียกว่า ร้าวรูปถ้วย (Cup shake) หรือแตกจากใจกลางเป็นรูปดาวเรียกว่า ไส้ร้าว (Star shake) เป็นต้น
11.ร่องน้ำลึก เกิดจาก ไม้ซุงสักทอง ถูกตัดทิ้งไว้ในป่าเป็นเวลานานๆ น้ำฝนจะซึมเข้าไปในกระพี้ที่แตกร้าวทำให้กระพี้ซึ่งเป็นส่วนอ่อนที่สุดของ ไม้สักทอง เกิดผุเป็นรอยลึก ยิ่งนานไปน้ำฝนก็มีโอกาสขังอยู่ในร่องนานเข้าทำให้ร่องน้ำตามผิวของท่อน ไม้สักทอง นัน้ยิ่งลึกมาขึ้น
12.บิด เกิดจากลำ ต้นไม้สักทอง บิด สาเหตของการบิดอาจเกิดจากสภาพแวดล้อม เช่นถูกต้นไม้อื่นเบียดบังหรือถูกเถาวัลย์พันตั้งแต่ต้นยังเล็ก เนื้อไม้สักทอง ก็บิดตามไปด้วย เมื่อเรานำไม้สักทอง นี้ไปแปรรูปด้วยเครื่องจักรซึ่งต้องเลื่อยเป็นเส้นตรง รอยเลื่อยจะตัดขวางเสี้ยนเนื้อไม้เป็นบางส่วนทำให้ไม้สักทอง แปรรูปนั้นเกิดจุดอ่อน มีความแข็งแรงต่ำ ไม่เหมาะที่จะใช้รับน้ำหนัก เช่น รอด หรือคานได้
13.ง่าม คือ ตรงจุดที่กิ่งใหญ่หรือลำต้นแยกออกจากกัน ถือเป็นตำหนิอย่างหนึ่งทำให้การหมายไม้ถูกจำกัดความยาวลง เพราะตรงง่ามเสี้ยนของเนื้อไม้จะเป็นเสี้ยนสนแยกเป็น 2 ทาง เกิดความอ่อนแอขึ้น
14.หลืบ คือร่องที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจากผิวของ ต้นไม้สักทอง
15.รูนกเจาะ เกิดจากแมลงไชต้นไม้ขึ้นก่อนแล้วนกซึ่งมีปากแข็ง เช่น นกหัวขวาน นกโพระดก พยายามเปิดเนื้อไม้รอบๆ รูหนอนเจาะให้ใหญ่ขึ้นเพื่อกินหนอนหรือดักแด้ของแมลง
16.เปลือกหลบใน เป็นต้นไม้ที่มีเปลือกหลบเข้าอยู่ในลำต้น ถ้าเป็น ไม้สักทอง ไม้ลักษณะนี้จะกานไม่ตายเพราะไม่สามารถตัดทางนำน้ำเลี้ยงอาหารซึ่งอยู่ระหว่างเปลือกกับกระพี้ให้หมดได้ เนื่องจากเปลือกหลบเข้าไปอยู่ในลำต้นเสีย จำเป็นต้องโค่นดิบ หรือโค่นโดยไม่ต้องกาน
17.ตุ่ม เกิดจากตาซึ่งจะงอกเป็นกิ่ง แต่กิ่งงันเสียก่อนทำให้เกิดเป็นปุ่มปม ผิวซุงไม่งาม เนื้อไม้เสี้ยนสนเป็นวงทำให้สูญเสียความแข็งแรงไป
การจัดการสวนป่าและประโยชน์ของไม้สักทอง

 

            การจัดการ สวนป่าสักทอง เชิงธุรกิจ
การประกอบธุรกิจใดๆ ก็ตาม ย่อมจะต้องมีการวางแผนและกำหนดวัตถุประสงค์ที่แน่นอน ก่อนที่จะดำเนินธุรกิจนั้น ธุรกิจใดที่ไม่มีการวางแผนและกำหนดเป้าหมายรองรับเปรียบเสมือนกับนักเดินเรือที่ปราศจากหางเสือ ย่อมจะต้องพบกับมสรุม คลื่นลมปัญหาและอุปสรรคนานัปการ จนไม่สามารถนำนาวาฝ่าอุปสรรคนั้นไปจนถึงจุดหมายปลายทางได้ ในทำนองเดียวกัน การปลูกสร้าง สวนป่าสักทอง ภาคเอกชน เพื่อหวังผลในทางเศรษฐกิจก็เหมือนกับหารทำธุรกิจอย่างหนึ่ง ก่อนที่จะดำเนินการให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายจึงต้องมีการวางแผนกำหนดเป้าหมาย และการจัดการที่ดีอย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้อง
            หลักการจัดการสวนป่าเชิงธุรกิจ
สวนป่าสักทอง เชิงธุรกิจ หมายถึง สวนป่าสักทอง ที่ดำเนินการอย่างประณีต เพื่อให้ ต้นไม้สักทอง โตเร็ว ได้ผลตอบแทนตามวัตถุประสงค์ ภายในเวลาที่กำหนดไว้ การจัดการ สวนป่าสักทอง เชิงธุรกิจที่ดี จะต้องคำนึงถึงปัจจัยที่สำคัญ ประการ คือ วัตถุประสงค์ ที่ดิน ชนิดไม้ วิธีการ และตลาด
            วัตถุประสงค์ ก่อนที่จะทำการปลูกสร้าง สวนป่าสักทอง  ผู้ดำเนินการจะต้องกำหนดเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ก่อนเป็นอันดับแรกว่า จะปลูก สักทอง เพื่ออะไร ทั้งนี้ การกำหนดวัตถุประสงค์ไว้ให้แน่นอนนั้นจะมีผลต่อการพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องให้สัมพันธ์กันอย่างถูกต้องและเหมาะสมด้วย การปลูกสร้าง สวนป่าสักทอง ที่ไม่ได้กำหนดวัตถุประสงค์ไว้ตั้งแต่แรก ย่อมทำให้ผู้ดำเนินการปฏิบัติงานด้วยความลำบาก เกิดความสับสน และจะไม่สามารถดำเนินการให้ประสบผลสำเร็จได้
            พื้นที่ ปัจจัยที่ต้องพิจารณาเป็นอันดับต่อไป คือ พื้นที่หรือที่ดินที่จะใช้ทำการปลูกสร้าง สวนป่าสักทอง  ซึ่งมีหลักในการพิจารณาที่สำคัญ 3 ประการ คือ กรรมสิทธิ์ ปริมาณ และคุณภาพ ผู้ดำเนินการ จะต้องมีที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์เป็นของตัวเอง หรือเช่าที่ดินของรัฐ เพื่อให้มีสิทธิ์ และเกิดความคล่องตัวในการดำเนินงานและการจัดการสวนป่าในโอกาสต่อไป ที่ดินจะต้องมีพื้นที่มากพอ ที่จะสามารถจัดการ สวนป่าสักทอง ให้มีผลิตผลเพียงพอกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้อย่างต่อเนื่องและครบวงจร รวมทั้งต้องคำนึงถึงคุณภาพของดินว่ามีความเหมาะสมกับชนิด ไม้สักทอง ที่จะปลูกหรือไม่
            ชนิดไม้ ในการปลูกสร้างสวน ป่าสักทอง เชิงธุรกิจ มีหลักในการพิจารณาสำหรับชนิดไม้อยู่ 2 ประการ คือ (1) จำนวนชนิดไม้ ควรปลูกเพียงชนิดเดียว สำหรับการปลูกสร้างสวนป่า เพื่อกำหนดวัตถุประสงค์แต่ละอย่าง และ (2) ปริมาณ หมายถึงเนื้อที่ที่ปลูกไม้แต่ละชนิด ต้องมีปริมาณมากพอตามหลักการที่ว่า "ปริมาณสำคัญกว่าคุณภาพ" การปลูกต้นไม้เพียงชนิดเดียว แต่ให้มีจำนวนมากเพียงพอกับความต้องการ จะสามารถตั้งโรงงานรองรับให้เหมาะสมกับคุณสมบัติของชนิดไม้ได้ แต่ในทางตรงข้าม ถ้าหากปลูกต้นไม้หลายชนิดรวมกัน และมีจำนวนแต่ละชนิดน้อย ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการใช้ประโยชน์ไม้ ก็ไม่อาจจะตั้งโรงงานอุตสาหกรรมรองรับได้
            วิธีการ คำว่าวิธีการในเรื่องของการปลูกสร้างสวนป่าเชิงธุรกิจนั้นคือ (1) การปลูกและการบำรุง ซึ่งหมายถึง การปลูกสร้างสวนป่าทั้งระบบทุกขั้นตอน ตั้งแต่ การเตรียมพื้นที่ ปลูก ปลูกซ่อมและการบำรุงรักษา ได้แก่ การกำจัดวัชพืช การใส่ปุ๋ย การป้องกันไฟป่า และอื่นๆ (2) การจัดการ เป็นวิธีดำเนินการที่จะช่วยให้ต้นไม้ที่ปลูกมีความเจริญเติบโต สามารถใช้ประโยชน์ได้ตามที่กำหนด เช่น การลิดกิ่ง (pruning) การตัดสางขยายระยะ (thinning) การกำหนดระยะปลูกให้เหมาะสมกับชนิดไม้ วัตถุประสงค์ เพื่อให้ได้ผลผลิตต่อหน่วยสูงสุด การกำหนดเวลาและวิธีการตัดไม้ออกมาใช้ประโยชน์ รวมทั้งการจัดการหน่อที่แตกใหม่เพื่อให้ผลผลิตในรอบต่อไปด้วย
            ตลาด การปลูกสร้างสวนป่าเชิงธุรกิจ มีความจำเป็นจะต้องดำเนินการอย่างประณีต เพื่อให้ได้ต้นไม้โตเร็ว ขายได้ ภายในเวลาที่กำหนดไว้ ตลาดเป็นปัจจัยที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าปัจจัยอื่นๆ ที่ได้กล่าวมาแล้ว การกำหนดวัตถุประสงค์ในการปลูกสร้างสวนป่าเพื่ออุตสาหกรรมประเภทใดนั้น ต้องพิจารณาให้แน่นอนก่อนตั้งแต่เริ่มดำเนินการว่ามีตลาดรองรับหรือไม่ อยู่ใกล้หรือไกลเกินไปหรือไม่ สะดวกในการขนส่งไม้จากสวนป่าไปจำหน่ายได้โดยง่ายหรือไม่ อย่างไร
การจัดการสวนไม้สักทอง

            ไม้สักทองสามารถใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ตามอายุและขนาดของ ไม้สักทอง ที่ตัดออกมาจำหน่าย ตั้งแต่ ไม้ซุงสักทอง เพื่อแปรรูปใช้ในการก่อสร้างบ้านเรือน เฟอร์นิเจอร์ ปาร์เก้ แกะสลัก ฯลฯ แต่การนำไปใช้ประโยชน์จะมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับวิธีการจัดการสวนป่าอย่างถูกต้องและเหมาะสม ขอแนะนำวิธีการจัดการสวนไม้สักทอง เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ ดังนี้
1.ไม้ซุงสักทอง เพื่อใช้ในการก่อสร้างบ้านเรือน การปลูกสร้าง สวนไม้สักทอง ที่มีวัตถุประสงค์จะนำไม้สักทอง มาใช้ในลักษณะของ ไม้ซุงสักทอง  หรือ แปรรูป เพื่อใช้ในการก่อสร้างควรกำหนดระยะเวลาที่จะนำมาใช้ประโยชน์ 20-30 ปี ใช้ระยะปลูกไม่น้อยกว่า 4x4 เมตร เพื่อที่จะไม่ต้องตัดสางขยายระยะต้นไม้สักทอง ออกในระยะแรก ซึ่งจะเป็นการเสียเวลาและค่าใช้จ่ายสูงขึ้น โดยไม่คุ้มค่ากับการลงทุน การปลูกสร้าง สวนสักทองโดยวัตถุประสงค์นี้ หวังผลตอบแทนในระยะยาว ผู้ลงทุนจึงควรวางแผนอย่างรอบคอบ ก่อนที่จะดำเนินการ เช่น ต้องมีเงินลงทุนเพียงพอตลอดโครงการ การปลูกสร้างสวนสักทอง เพื่อผลิตไม้ซุงสักทอง จะไม่มีปัญหาเรื่องตลาดประการใด ทั้งนี้เพราะในปัจจุบันและอนาคต รัฐบาลไม่อนุญาตให้นำไม้สักทองจากป่าธรรมชาติออกมาใช้ประโยชน์อีกต่อไป ความต้องการใช้ไม้สักทอง จึงมีมาก และราคานับวันจะสูงมากขึ้นเรื่อยๆ
2.ไม้บาง (VENEER) การปลูกสร้าง สวนสักทอง เพื่อใช้ประโยชน์ ไม้สักทอง ในลักษณะของไม้บาง ควรกำหนดรอบตัดฟันประมาณ 15-20 ปี ระยะปลูก 3x3 เมตร หรือ 4x4 เมตร ไม้สักทองที่นำไปใช้ประโยชน์ จะต้องมีลักษณะเปลาตรงไม่มีตำหนิ จากปุ่ม ตา กิ่ง ดังนั้นจำเป็นต้องจัดการ สวนสักทอง อย่างประณีต เช่น ควรทำการลิดกิ่ง สักทอง (pruning) และตัดสางขยายระยะ (thinning) ในเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากการปลูกสร้าง สวนสักทอง มีวัตถุประสงค์ที่จะนำ ไม้สักทอง ส่งขายให่แก่โรงงานทำไม้บาง ดังนั้น การเลือกพื้นที่ปลูกไม่ควรอยู่ไกลจากโรงงานมากนัก เพราะจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการขนส่งสูง ระยะทางจาก สวนป่าสักทอง ถึงโรงงาน ควรอยู่ระหว่าง 100-250 กม.
3.บ้านไม้ซุง (LOG HOME) เฟอร์นิเจอร์ และปาร์เก้ การใช้ประโยชน์ไม้สักทอง เพื่อใช้ทำบ้านไม้ซุงสักทอง เฟอร์นิเจอร์ และปาร์เก้นี้ มุ่งที่จะสนับสนุนให้นำไม้สักทองจากการตัดสางขยายระยะในสวนป่า มาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า และทำให้สามารถจำหน่าย ไม้สักทอง ตัดสางขยายระยะจากสวนป่าได้ราคาสูงขึ้น ทั้งนี้เพราะ ไม้สักทอง ที่ตัดสางขยายระยะจาก สวนป่าสักทอง อายุเกิน 10 ปี มีลักษณะกลมเปลาตรงและมีขนาดเหมาะสมที่จะนำมาใช้ทำ เฟอร์นิเจอร์ บ้านไม้ซุง หรือปาร์เก้ได้อย่างสวยงาม แต่ในปัจจุบัน การใช้ประโยชน์ไม้สักทอง ตัดสางขยายระยะใน สวนป่าสักทอง ของกรมป่าไม้ และองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ยังจำหน่ายได้ราคาถูกมาก และยังไม่มีการนำไปใช้ประโยชน์ให้กว้างขวางและไม่มีตลาดรองรับที่แน่นอน จึงเป็นการใช้ประโยชน์ ไม้สักทอง จากการตัดสางขยายระยะที่ไม่คุ้มค่าและเป็นการสูญเปล่าที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง
4.ไม้ขนาดเล็ก การจัดการ สวนสักทอง เพื่อนำ ไม้สักทอง มาใช้ประโยชน์หลายอย่างในพื้นที่เดียวกันเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนในระยะเวลาสั้น เพียง 5 ปี ก็นำ ไม้สักทอง มาใช้ประโยชน์ทำ ไม้เสาสักทอง ขนาดเล็กได้แล้ว โดยกำหนดระยะ ปลูกสักทอง ให้ถี่ขึ้น เช่น 2x2 เมตร และตัดสางต้นเว้นต้น ออกมาใข้ประโยชน์ครั้งแรก ในปีที่ 5 ไม้ที่เหลือ จะมีระยะห่าง 4x4 เมตร ก็สามารถจัดการเพื่อใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ต่อไป การจัดการ สวนสักทอง เพื่อใช้ไม้ขนาดเล็กนี้ ถ้าในตลาดท้องถิ่นไม่มีความต้องการ ก็ไม่มีความจำเป็นต้อง ปลูกสักทอง ถี่ เพราะจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการลงทุนสูงขึ้นโดยได้รับผลตอบแทนไม่คุ้มค่า

สรุปแนวทางในการจัดการสวนสักทองตามวัตถุประสงค์
1.ปลูกระยะ 2x2 เมตร (ไร่ละ 400 ต้น) ปีที่ 6 ตัดออก 50 เปอร์เซ็นต์ เพื่อทำ ไม้เสาสักทอง ขนาดเล็ก ปีที่ 11 ตัดออก 50 เปอร์เซ็นต์ ทำเฟอร์นิเจอร์ ปาร์เก้ บ้านไม้ซุง (LOG HOME) ปีที่ 16 เลือกตัดไม้สักทอง ออกตามจำนวนที่เหมาะสม เพื่อทำไม้บาง ปีที่ 20 ตัดออกทั้งหมด เพื่อจำหน่ายเป็น ไม้ซุงสักทอง แปรรูป ก่อสร้างบ้านเรือน
2.ปลูกระยะ 3x3 เมตร (ไร่ละ 178 ต้น) ปีที่ 6 ตัดสางออก 25 เปอร์เซ็นต์ เพื่อทำไม้เสาขนาดเล็ก ปีที่ 11 ตัดออก 50 เปอร์เซ็นต์ ทำเฟอร์นิเจอร์ ปาร์เก้ และบ้านไม้ซุง ปีที่ 15 ตัด ไม้สักทอง ออกทั้งหมด เพื่อจำหน่ายเป็นไม้บาง ไม้ซุงแปรรูป ก่อสร้างบ้านเรือน
3.ปลูกระยะ 4x4 เมตร (ไร่ละ 100 ต้น) ปีที่ 11 ตัดออก 50 เปอร์เซ็นต์ เพื่อจำหน่ายเป็นไม้ซุงขนาดเล็ก ทำเฟอร์นิเจอร์ ปาร์เก้ และบ้านไม้ซุง ฯลฯ ปีที่ 20 ตัดออกทั้งหมด เพื่อจำหน่ายเป็นไม้ซุงแปรรูป ก่อสร้างบ้านเรือน

ประโยชน์ของ ไม้สักทอง
ไม้สักทอง เป็นไม้โตเร็วปานกลางและเป็นไม้เนื้อแข็ง ที่มีลักษณะพิเศษกว่าไม้ชนิดอื่น โดยเฉพาะเนื้อไม้สักทอง  มอด ปลวก และแมลง ไม่ทำอันตราย เนื้อไม้สักทอง มีสีเหลืองทอง ลวดลายสวยงาม เลื่อยไสกบตบแต่งง่าย จึงนิยมใช้ทำบ้านเรือนที่ต้องการความสวยงาม ในสมัยโบราณ ไม้สักทอง หาง่าย ราคาไม่แพง การสร้างบ้านเรือน ใช้ ไม้สักทอง ทำเสาเรือนด้วย เพราะมีความทนทาน สามารถอยู่ในดินได้เป็นเวลานานๆ ปัจจุบัน ไม้สักทอง หายากและมีราคาแพง จึงต้องใช้ ไม้สักทอง อย่างประหยัด และคุ้มค่า โดยนำ ไม้สักทอง มาเข้าเครื่องฝานเป็นแผ่นบางๆ เพื่อทำเป็น ไม้อัดแทนการใช้ ไม้สักทอง ทั้งแผ่น นอกจากนี้ ยังนำ ไม้สักทอง ขนาดเล็ก เศษไม้ ปลายไม้ มาใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ แกะสลัก ปาร์เก้ โมเสค วงกบ กรอบและบานประตูหน้าต่าง อย่างไรก็ตามในขณะที่ ไม้สักทอง ในป่าธรรมชาติ กำลังจะหมดไป รัฐบาลก็มีนโยบาย ส่งเสริมให้เอกชนปลูกไม้สักทองจากสวนป่าสักทองที่ปลูกขึ้นมาใช้แทนกันได้ แม้ว่า ไม้สักทอง ที่ปลูกจะมีลวดลายไม่สวยงามเหมือน ไม้สักทอง ในป่าธรรมชาติ แต่ก็มีความแข็งแรงทนทานเหมือนกัน

"จำหน่ายกล้าสักทองพันธุ์ดีจำนวนมาก...สนใจติดต่อ....

คุณไก่...081-2839267 หรือที่ 095-4654546" 

 

สนใจข้อมูลเพิ่มเติม

สอบถามรายละเอียด

โทร.081-2839267หรือที่ 095-4654546

Tags : สักทอง ต้นสักทอง ไม้สักทอง กล้าสักทอง เหง้าสักทอง เม็ดสักทอง กล้าพันธุ์ต้นสักทอง กล้าต้นสักทอง

ความคิดเห็น

  1. 1
    คุณไก่
    คุณไก่ nangpaya@hotmail.com 23/06/2017 13:29

    เปิดดูสองคลิปนี้..มีคำตอบ


    ปลูกต้นไม้ได้อะไรมากกว่าที่คิด


    https://youtu.be/EaF8r2xyF8s



    https://youtu.be/50s-9KFhWVA


    สนใจกล้าพันธุ์ไม้ติดต่อ คุณไก่กล้าพันธุ์ไม้ รวมทั้งตัวแทนและสาขาทั่วประเทศ 


    โทร. 0954654546      0946465654


    www.takuyak.com


    ID.Line  :  kai54654546


    www.youtube.com ช่อง ชัยชนะ เสือเพ็ง


    Page: คุณไก่กล้าพันธุ์ไม้


    Page: ชมรมเกษตรกรผู้ปลูกพะยูงแห่งประเทศไทย


    ใบทะเบียนพาณิชย์กิจ เลขที่36501005xxxxx?

  2. 2
    19/04/2017 09:09

    ต้องการขายไม้สักทองขนาด 90-120 เซ็นติเมตร ประมาณ 60 ต้น อยู่ที่ อำเภอศรีรัตนะ จังหวัดศรีสะเกษ สนใจติดต่อ 080-499-9014 

  3. 3
    19/04/2017 09:08

    ต้องการขายไม้สักทองขนาด 90-120 เซ็นติเมตร ประมาณ 60 ต้น อยู่ที่ อำเภอศรีรัตนะ จังหวัดศรีสะเกษ สนใจติดต่อ 080-499-9014 

  4. 4
    ศักดิ์ดา
    ศักดิ์ดา sakda57442@gmail.com 29/07/2016 09:25

    สอบถามปุ๋ยรองพื้นปลูกไม้สักทอง สูตร 15-15-15 ตราอะไรดีครับ

  5. 5
    26/06/2016 19:53

    ส่งต้นกล้า ต่างจังหวัดได้ใหมครับ

  6. 6
    22/12/2015 12:38

    ขายเมล็ดสักทองไหมครับ


  7. 7
    ป๋อ
    ป๋อ at.taweesak@gmail.com 24/12/2014 10:18

    อยากทราบว่ามีเหง้าสักทองขายมั้ยครับ และโอกาสติดสูงมั้ย


    ราคาเหง้าอยู่ที่เท่าไหร่  อยากได้สัก 1000 เหง้าครับ

  8. 8
    Abadee
    Abadee abadee_che@hotmail.com 31/10/2014 19:06

    ส่งกล้าไม้สักทองต้นละละเท่าไรครับ แล้วที่ยะลาสามารถปลูกได้ดีไหมครับ และที่ดินประมาณ4-5ๆร่ปลูกได้กี่ต้นครับ 

  9. 9
    karakade
    karakade vipaneev@yahoo.com 03/07/2014 11:05

    อยากสั่งต้นกล้าสักทอง 200 ต้น (ความสูง 20-30 cm.) ขายต้นละเท่าไหร่ค่ะ และถ้าสั่งเป็นเหง้าขายเหง้าเท่าไหร่ คิดราคาส่งยังไง ช่วยส่งรายละเอียดมาด้วยนะคะ vipaneev@yahoo.com

  10. 10
    ป๋อ
    ป๋อ at.taweesak@gmail.com 02/05/2014 17:08

    ถ้าจะสั่งประมาณ 200 ต้น  ราคายังไงครับ


 1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13 [Next]

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

 
 หน้าแรก  ตะกู  บทความ  เว็บบอร์ด  รวมรูปภาพ
By คุณไก่กล้าพันธุ์ไม้2.  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view