http://www.takuyak.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  ตะกู  บทความ  เว็บบอร์ด  รวมรูปภาพ
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
« August 2017»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 23/05/2008
ปรับปรุง 03/07/2017
สถิติผู้เข้าชม2,008,392
Page Views2,670,206
สินค้าทั้งหมด 5
Menu
หน้าแรก
บทความ
เว็บบอร์ด
รวมรูปภาพ
โลกร้อน หายนะมวลมนุษยชาติ
มิติธรรมชาติ
เศรษฐพอเพียง
สักทองพืชทำเงินที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาล
"ต้นยางนา" พืชสร้างเงินที่ไม่ธรรมดา
"ไม้ยูคาลิปตัส"ความต้องการใช้ที่มีอย่างต่อเนื่อง
เปิดคลังไอเดียพืชทำเงิน
ไม้พยุง ไม้เงินล้านวันนี้ราคาพุ่งแรงแซงไม่หยุด
ราคาทอง
ราคาน้ำมัน
พยากรณ์อากาศ
ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
กรมส่งเสริมการเกษตร
กรมวิชาการเกษตร
ทีวีผ่านเน็ต
ศูนย์รวมสมุนไพรทุกชนิด
เพื่อนบ้านทั้งหมด
 

บันทึกการเดินทางของ"คนส่งต้นกล้าไม้"

บันทึกการเดินทางของ"คนส่งต้นกล้าไม้"

 

 

หลายปีกับการเดินทางส่งต้นไม้   

 มากมายหลายหลากต้นที่ส่งไปปลูก  

  กว่า100,000กิโลเมตรที่เดินทาง

 นับร้อยพันมิตรภาพที่พบเจอ    

ทุกพื้นที่แสนอบอุ่น

 นับล้านคำที่สนทนา

กำลังใจและรอยยิ้มที่มีให้

บันทึกความประทับใจถ่ายทอดผ่านคีย์บอร์ดและหน้าจอ


บทที่1

                                     ปฐมบทของ..คนส่งต้นไม้.

                  ..ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาโลกเราได้รับผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน..การทำการเกษตรหลายชนิดได้รับผลกระทบ..ปรากฎการณ์ใหม่ๆหลายต่อหลายอย่างมีให้เห็นในช่วงเวลาแห่งชีวิตคนเรา..สิ่งที่เราไม่เคยได้เห็นเราก็ได้เห็น สิ่งที่เราไม่เคบได้พบเราก็ได้พบ..จาการเดินทางนับแสนกิโลเมตรของการใช้ชีวิตคนส่งต้นไม้นับล้านต้นที่ถูกส่งไปสร้างสีเขียวให้กับผืนโลก การเดินทางเริ่มต้นตลอดเวลา..เสียงโทรศัพท์ที่สอบถามเข้ามา..เสียงโทรศัพท์ที่สั่งจองต้นไม้เข้ามา หลายร้อยหลายพันคำถามที่จากหลายๆสายที่สอบถามเข้ามา มันเป็นเหมือนยาชูกำลังให้มีกำลังใจที่เข็มแข็งที่จะนำเผ่าพันธุ์ของมวลไม้ไปยังจุดหมายที่ต้องการ..

                เมื่อวันหนึ่งของชีวิตมาถึงจุดเปลี่ยน....ปกติผมมีอาชีพที่มั่นคงระดับหนึ่ง ตามบทวิถีของคนไทยคนหนึ่งที่ประกอบอาชีพสุจริต ด้วยความพอเพียงตามแนวทางที่ควรจะเป็น ปกติผมรักและหลงใหลในงานศิลปะ มุมมองและแนวคิดของผมคิดว่ามันทำให้เราพออยู่ได้ในสังคมภูธร  เช้าตื่นขึ้นมาเราก็ไปทำงาน เย็นก็กลับบ้านเสาร์อาทิตย์ก็หยุด มีความสุขเล็กๆอยู่กับครอบครัว  มันเป็นอย่างนี้อยู่ตลอดเวลาหลายสิบปี บางทีมันก็น่าจะเพียงพอ แต่ลิขิตแห่งชีวิตได้ถูกเขียนไว้  เส้นทางเดินมันต้องเริ่มต้น ข้างบ้านผมเป็นร้านขายต้นไม้ทุกชนิด ต้นตะกูยักษ์เป็นไม้ที่เป็นตัวหลักของร้านขายต้นไม้แห่งนี้

                หลายวัน..หลายเดือน..นานนับปี..ผมได้แต่มองดูเขาเพาะพันธุ์ ซื้อขายพันธุ์

ไม้ชนิดต่างๆ  จนกระทั้งวันหนึ่งเจ้าของร้านต้นไม้แห่งนี้ที่หลายๆคนเรียกเขาว่าอาจารย์แต่ผมไม่ได้คิดที่จะสอบถามปูมหลังเขาหรอกนะ   ผมคิดว่าโดยมารยาทไม่ต้องไปสนใจสอบถามเรื่องส่วนตัวของเขาดีกว่า  บุคลิกเขาเป็นคนพูดจาเสียงดัง ได้มาชวนพูดคุยเรื่องราวของพันธุ์ไม้และแนะนำให้ลองมาศึกษาเรื่องพันธุ์ดู การเริ่มต้นเริ่มที่ละเล็กทีละน้อย ข้อมูล ตำรับตำราเกี่ยวกับพันธุ์ไม้ชนิดต่างๆ ก็ได้รับความอนุเคราะห์จากเจ้าของร้านแห่งนี้บ้าง แต่ด้วยที่เขาเป็นคนเสียงดังเวลาที่คุยกับลูกค้า ผมก็เกรงใจไม่กล้ารบกวนเขามาก โดยเฉพาะที่ต้นตะกูยักษ์กำลังดังและเป็นที่นิยมของลูกค้าลูกค้าเขามีมาก เขาก็มีเวลาให้เราสอบถามได้น้อย  ผมจึงต้องออกเดินเสาะหาตำราจากที่ต่างๆ สอบถามจากผู้รู้บ้าง ออกไปหาข้อมูลจากของจริงในสวนป่าชนิดต่างๆเอาเอง

                        จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี การสั่งสมเพิ่มเป็นทวีคูณทั้งที่พื้นเพเดิมไม่มีความรู้เรื่องต้นไม้เลย...เวลาที่ผ่านไปการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงทำให้ความชำนาญเกิดขึ้น สั่งสม และตกผลึกโดยไม่รู้ตัว..ขณะเดียวกันเครือข่ายก็เพิ่มขึ้น ...เหตุเพราะว่าพันธุ์ไม้แต่ละชนิดมีแหล่งเพาะพันธุ์อยู่คนละที่คนละแหล่งกันบางครั้งอยู่คนละจังหวัดกันเลยที่เดียว

การที่มีต้นไม้และพันธุ์ไม้อยู่คนละที่คนละแห่งคนละจังหวัดนี่เอง  การเดินทางจึงเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้เป็นปัจจัยหนึ่งของการก้าวสู่การเป็นคนเดินทางส่งพันธุ์ไม้

                       การที่ได้ติดต่อพูดคุยสนทนากับร้านขายต้นข้างบ้าน ทำให้ต้องกลับมานั่งคิดว่านี่ก็น่าจะลองขายต้นไม้ดู  แต่พอมาพินิจพิเคราะห์ดูองค์ประกอบของการทำธุรกิจค้าต้นไม้  อุปสรรคที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของทุนและสถานที่รวมทั้งทำเลที่จะตั้งร้านขายต้นไม้...จะทำได้ไหมเนี่ย!” คุณเชื่อไหมแค่คิดก็ท้อแล้วทุนก็ไม่มี สถานที่ทำร้านก็ไม่มี คนงานก็ไม่มี..เอ..แล้วจะทำไงดีล่ะที่สำคัญรถก็ไม่มีที่จะขนส่ง  กลับมานั่งคิดทบทวนหลายรอบจะล้มเลิกก็ใช่ที่  ซึมซับอะไรต่อมิอะไรเกี่ยวกับต้นไม้ไว้เยอะ  น่าเสียดายนะถ้าไม่นำไปทำให้เกิดประโยชน์..

                                                                                     บทที่2

                                            วันเริ่มต้นคนส่งต้นไม้

       ผมแวะเวียนไปพูดคุยกับพี่อาจารย์เจ้าของร้านข้างบ้านหลายรอบ ความอยากมันก็เกิดขึ้น ทำไงดีหนอเราจะได้มีกิจการขายต้นไม้ดูบ้าง..ไม่ต้องเอาใหญ่โตหรอก..เล็กๆก็ได้..

       วันหนึ่ง...ของเดือนเมษายนผมจำได้ไม่เคยลืม เจ้าของร้านขายต้นไม้ข้างบ้านแห่งนี้ถามผมว่า คุณไก่..ลองเอาเม็ดตะกูยักษ์ไปขายดูไหม?..มีคนต้องการเยอะนะ..เอาละสิประตูคนขายต้นไม้เปิดแล้ว   มาเอาไปขายก่อนก็ได้นะ..ผมส่งให้ในราคาทุน..ขายได้แล้วค่อยเอาทุนมาให้ผมแล้วเอากำไรไป..ถ้าจะตอบว่าไม่เอามันก็ไม่ใช่คำตอบที่ผมมี

ในใจ  มาเลยย..ลองดู

      วันนั้นผมรับเอาเมล็ดพันธ์ตะกูยักษ์มาจำนวนหนึ่งไม่มาก..เมื่อได้มาแล้วก็จัดแจง

ชั่งแบ่งใส่ถุงเล็กๆ  จำได้ว่า หลายถุงเหมือนกัน...แต่ละถุงมีอยู่หลายพันเมล็ด  แต่ถ้าเพาะเป็นต้นตะกูยักษ์ก็ได้หลายพันต้นอยู่เหมือนกัน..คุณเชื่อไหม?ก้าวแรกของการเป็นพ่อค้ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย..หนึ่งวันผ่านไป หนึ่งเดือนผ่านไป...พกไปพกมา พรีเซนต์ขายจนเจ็บคอ .....ขายไม่ได้เลยคือคำตอบ…“แล้วเราจะไปขายให้ใคร(ว่ะ)”…พี่เจ้าของร้านเขาก็เหล่แล้วละ..เมื่อไหร่มันจะเอาทุนมาคืนเนี่ย.!..(คิดเองนะ..ดูจากสายตา)...หลังจากที่ไปทำงานก็พกไปด้วย ไปไหนก็พกไปด้วยอยู่หลายวัน..คิดไม่ออกเลยแล้วใครจะมาซื้อเราว่ะ...

        พี่ครับ..ผมยังขายเมล็ดไม่ได้เลย” “พี่เอาคืนไปก่อนนะถ้ามีคนมาซื้อผมจะมาเอาไป..ทำไงได้ความท้อแท้มันเกิดแล้วนี่  โอ๊ย..! ทำไม่ไม่ลองไปขายในเน็ดดูบ้างล่ะ..เผื่อจะมีคนรู้จักมันบ้างอาจขายได้นะพี่เขาสวนคำตอบกลับมา...เอาก็เอาวะลองดูอีกที  คราวนี้ใช้ตัวช่วยดูที่ซิ..ขายทางเน็ต ช่ายย..ขายทางเน็ต

              หลังจากวันนั้นผมก็ใช้เซิร์ทเอ็นจิ้น ค้นหาข้อมูลการซื้อขายต้นตะกูยักษ์ คุณเชื่อไหม กูลเกิล หาข้อมูลมาให้ได้เพียงหน้าเดียวเท่านั้น และในหน้าเดียวนั้นมีแค่3-4ข้อมูลเท่านั้น....ตัดสินใจเลยโพสไว้กับ3-4ข้อมูล3-4 เวบไซต์ นั่นแหละขายเมล็ดพันธุ์ตะกูยักษ์พันธุ์ดี สายพันธุ์ก้านแดง สนใจติดต่อคุณไก่ 081-2839267 ข้อความนี้นี่แหละที่โพสไว้เป็นครั้งแรก    ผมไม่ได้คาดหวังหรอกนะว่าจะขายได้ คิดเสียว่าขายได้ก็ดี ขายไม่ได้ก็ไม่เป็นไร(ท้อแล้ว.)

              จำได้ว่าวันนั้นผมโพสไว้ครั้งแรกประมาณ9โมงเช้า..สองชั่วโมงให้หลังใกล้ๆเที่ยง  โทรศัพท์ผมก็ดังขึ้น..การสนทนาก็จะเป็นการสอบถามเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับต้นตะกูยักษ์..เข้าทางเลย!...ข้อมูลที่เก็บไว้ในสมองมันแน่เปรี๊ย.อยู่แล้ว.!คำตอบจึงพรั่งพรูอย่างฉะฉานจากปาก....พร้อมกับการเกิดขึ้นของออร์เดอร์แรกของชีวิตการขายพันธุ์ไม้..     สายที่สอง..สายที่3..สายที่4ที่5ที่6ที่7ก็ตามมาติดๆในวันแรกนั้นเอง

              หลังเลิกงาน..พกความดีใจกลับบ้าน...เราขายได้เหรอเนี่ย..ไม่อยากเชื่อเลยโทรศัพท์ก็ยังดังเข้ามาเป็นระยะๆ..ออร์เดอร์เข้ามาบ้าง..สอบถามข้อมูลบ้าง....ข้อมูลรายชื่อลูกค้าที่สั่งเข้ามาผมจดบันทึกไว้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นรายที่สอบถามเข้ามารวมทั้งรายชื่อลูกค้าที่ออร์เดอร์ทั้งจังหวัดที่ลูกค้าอยู่เบอร์โทรและข้อมูลปลีกย่อยอย่างละเอียด ออร์เดอร์วันแรกผมทำยอดขายได้ถึงx,xxxบาท.หักลบกลบทุนก็เหลือพอสมควร....ผมยอมรับนะครับว่ามันตื่นเต้นมาก...

               เย็นวันนั้นหลังจากกินข้าวกินปลาเสร็จ..ก็จัดการแพ็คบรรจุเมล็ดพันธุ์ลงซองแยกรายชื่อพร้อมที่จะส่งในเช้าวันรุ่งขึ้น....พอทำเสร็จก็มานั่งพิจารณาไปพิจารณามา...ให้ตายเถอะแพ็คลงซองแล้วทำไมซองเมล็ดพันธุ์ของเรามันขี้เหร่จัง(ว่ะ)โลว์เกรดจัง....มันน่าจะมีอะไรที่ทำให้ดูดีซักกะหน่อยจะดีไหม?....เอาวะก็ของมันขายได้แล้วนี่...เสียเวลาอดนอนซักคืนจะเป็นไรไป...คืนนั้นก็ลงมือจัดทำข้อมูลวิธีการเพาะเมล็ดทุกแง่มุมเท่าที่ได้โดยให้กระชับเข้าใจง่าย  และมอบหน้าที่ให้เครื่องปริ๊นเก่าๆที่มีพิมพ์ออกมา....จากนั้นก็แกะเอาซองบรรจุพันธุ์ที่แพ็คแล้วมาแพ็คใหม่พร้อมข้อมูลคำแนะนำวิธีการเพาะแนบไปด้วยสำหรับใช้ส่งให้ลูกค้า...5ทุ่มกว่าๆจึงแล้วเสร็จ....จากนั้นจึงถ่อกายแบกหมอนซ่อนตาดำเข้านอนในคืนนั้นเอง.......

                                                                                                                       บทที่3

                                                จากเมล็ดสู่เวบไซต์

     ยามเช้าในฤดูร้อนที่สดใส(เฉพาะตอนเช้า..บ่ายนะเหรอร้อนตับแทบแลบ..อิอิ)หลังจากถ่อกายจากที่นอนอันแสนสุข ก็พาตัวไปทำธุระสำคัญของตัวเองที่ต้องทำทุกเช้า

     จากนั้นก็เตรียมตัวไปทำงานตามปกติ  ออกจากบ้านไปได้สัก2กิโล..อ้าว..ตายล่ะลืมของสำคัญ..จะอะไรซะอีกล่ะ..ก็เมล็ดต้นตะกูยักษ์ที่แยกแพ็คไว้ตั้งแต่เมื่อคืนนะซิ  ให้ตายเถอะโรบิ้น..ลืมซะสนิทเลย  ต้องเลี้ยวรถ(มอเตอไซด์คู่ชีพ)กลับมาเอาไป

   เจ็ดโมงครึ่งเข้าไปเซ็นชื่อลงเวลาทำงานเสร็จสรรพ  ดูงานที่จะต้องทำในวันนั้นเรียบร้อยก็คว้ารถดิ่งไปที่ไปรษณีย์  ได้บัตรคิวลำดับแรกๆ  พอถึงคิว ก็ส่งยื่นซองบรรจุเมล็ดพันธุ์ที่เขียนชื่อลูกค้าที่ออร์เดอร์ให้เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ พร้อมบอกวัตถุประสงค์ว่าจะขอส่งพอ กอ งอ (พ.ก.ง.)พัสดุเก็บเงินปลายทาง  ในชีวิตไม่เคยส่งแบบนี้เลยก็เป็นครั้งแรก..เขียนผิดเขียนถูก..เจ้าหน้าที่ก็ดี๊ดีแนะนำทุกอย่าง ก็คนมันไม่เคยส่งนี่....มันก็เป็นธรรมดาที่อะไรที่ทำในครั้งแรกๆมันก็เปิ่นๆเป็นธรรมดา

        เหมือนเรายังต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะ...ออร์เดอร์มีทุกวันเฉพาะเมล็ดบางวันก็มากบางวันก็น้อย ส่วนใหญโทรศัพท์จะดังถี่มากในช่วงก่อนเที่ยงเรื่อยไปจนบ่ายจนค่ำ   

         กิจกรรมทุกวันต้องไปที่ไปรษณีย์   จนเจ้าหน้าที่คุ้นเคยกัน ชนิดที่พอมาส่งของแทบไม่ต้องบอกรายละเอียดกันเลย  เป็นอันว่ารู้กัน

        ผมยอมรับว่า...ธนาณัติที่ถูกส่งกลับมา สำหรับออร์แรก ผมตื่นเต้นมากถึงแม้มันจะเป็นเงินเล็กน้อยสำหรับใครบางคน แต่มันยิ่งใหญ่สำหรับผมมากนะ เราเป็นนักขายแล้วหรือนี่  ผมถามตัวเอง

        ยังมั๊ง.?.มันน่าจะมีอะไรที่น่าสนุกกว่านี้นะ.......ใช่เลย..การขายมันเป็นเพียงการเริ่มต้นก้าวแรกเท่านั้น..เทคนิคการขายมันเป็นเพียงการเริ่มต้น...การก้าวสู่โลกอีคอมเมิร์ช  กับการฝากโพสข้อความไว้ตามเวบบอร์ดต่างๆมันยังไม่เพียงพอสำหรับการเป็นนักขายบนโลกไซเบอร์  ทุกวันผมต้องเข้าไปดูตามเวบต่างๆ รวมทั้งเข้าไปดูตามเซิร์ทเอนจิ้นต่างๆ    ทำยังไง..เราจะเข้าไปอยู่ในหน้าหนึ่งหรือหน้าแรกๆของกูเกิล สนุก หรือยาฮู ได้นะถ้าเราเข้าไปอยู่ในจุดนั้นได้เราคงจะมีออร์เดอร์เข้ามาเยอะเป็นแน่เลย

       แล้วจะเริ่มต้นอย่างไรดีล่ะ? คำถามนี่มันก้องอยูในโสตประสาทของผม  การค้นหาจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นนับแต่นั้น...

          เพื่อนผมคนนึงในที่ทำงานเขาเป็นคนที่ให้คำตอบเกี่ยวกับอีคอมเมิร์ชได้ดีมาก  แต่

การที่เราจะไปพิรี้พิไรถามเขาบ่อยๆก็ไม่ใช่มารยาทที่ควรทำ...ผมอาศัยเวลาที่เขาเดินผ่านห้องทำงานผมก็จะดักยิงคำถามเรื่องของเน็ตเกือบทุกวันถ้าทำได้....อันที่จริงแล้วผมเป็นคนที่ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์มากนักหรอกครับ...ก็ได้เพื่อนคนนี้นี่แหละที่ช่วยตอบคำถามและเป็นที่ปรึกษาให้ผมเป็นอย่างดี คุณบอยพิทยา แพทยรัตน์  ชื่อนี้ที่เปรียบเสมือนเป็นอาจารย์ของผม...

          แรกเริ่มเดิมที่ผมก็พยายามสร้างหน้าโฮมเพจแบบงูๆปลาๆกะว่าจะเอาไปโพสหรือเอาไปใช้ในฟร๊โฮสติ้ง..แต่พอทำไปได้สักพักก็ต้องล้มเลิก..มันไม่ประสบผลสำเร็จเลย ทดลองใช้คำค้นกับเซิร์จเอ็นจิ้น ดังๆอย่างกูเกิลในไม่เวิร์คเลย  หาข้อมูลประกาศขายสินค้าของเราไม่พบเจอเลย....ครั้นจะมานั้งโพสตามเวบต่างๆมันไม่เพียงพอแน่นอน แล้วจะทำไงดีละเรา?..

           เมล็ดพันธุ์ก็ขายได้เรื่อยๆจากโพสเดิมๆ แต่พอนานไปกระทู้ที่เขียนไว้มันก็ถอยไปเรื่อยๆเพราะกระทู้ที่อัพเดทกว่าก็เข้ามาแทนที่....

           การขายของได้มันเป็นเรื่องสนุกนะ แต่..การที่จะขายให้ได้ดีตลอดมันต้องทำยังไง

คิดไปคิดมาก็ตัดใจใช้โฮสต์เช่าและจดโดเมนเนมส์ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยเป็นไงเป็นกัน ได้ไม่ได้ จะขายดีไม่ดีก็ว่ากันอีกที่..ตัดสินใจอยู่หลายวันเลยทีเดียว..อีกอย่างกระแสตะกูยักษ์ก็ค่อนข้างแรงมาก..หน้าของเซิร์ทเอ็นจิ้นอย่างกูลเกิลก็เพิ่มขึ้นทุกวัน  ซี่งนั้นมันเป็นเครื่องบ่งบอกสัญญาณอะไรบางอย่างว่า การแข่งขันทางด้านการขายมันเริ่มต้นขึ้นแล้ว แรงซะด้วย...!

           http://www.takuyak.com เป็นชื่อที่ถูกเลือกใช้ จริงๆแล้วมีหลายชื่อ

ที่ถูกนำมาคัดสรร คิดแล้วคิดอีกหลายรอบ  เหลือที่น่าจะใช้ทำมาหากินได้ก็ชื่อนี้แหละ หลังจากได้ชื่อแล้วก็ค้นหาจากเซิร์ทเอ็นจิ้น ในส่วนของบริษัทที่ทำธุรกิจโฮสต์เช่าในที่สุดก็ได้ ของ igetweb.com บริษัทนี้น่าสนใจมาก อีกทั้งมีบริการเสริมอีกมากมาย

ตัดสินใจเป็นแน่วแน่  ก็คว้าโทรศัพท์ติดต่อสอบถามไปยังบริษัท คำถามถูกส่งออกไปเป็นชุด เพื่อให้ได้ความกระจ่างให้มากที่สุด  ตัดสินใจแล้วนี่ พอได้คำตอบสุดท้ายก็ตกลงใช้บริการ พร้อมจดโดเมนเนมส์ takuyak.com นับแต่นั้น

                                                   บทที่4

                                    ก้าวแรกบนถนนสายอีคอมเมิร์ช

          นับแต่วันที่ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ ที่จะก้าวลงไปบนถนนสายอีคอมเมิร์ช ความมั่นใจของผมน่ะเหรอ..บอกได้เลย..!ว่าลังเลใจมาก " จะอะไรซะอีกล่ะ" ประสบการณ์ก็ไม่มี ที่พอรู้ก็แบบงูๆปลาๆ..สารภาพจากใจจริงนะว่ากลัวจะไปไม่รอด ไหนๆก็ไหนๆลงสู่สนามแล้วก็สู้ซิ(ว่ะ)..ที่ไหนมีข้อมูลที่น่าสนใจเป็นอันต้องขวนขวายหามา คิดสรรเรื่องราวที่จะทำให้หน้าเวบเป็นที่น่าสนใจที่อยากเข้ามาเปิดอ่าน..ที่สำคัญหน้าตาของเวบมันต้องเป็นที่น่าสนใจด้วย..ตรงนี่นี่แหละผมให้ความสำคัญมากเป็นอันดับต้นๆเลยทีเดียวละ...ครั้งแรกที่อัพหน้าโฮมเพจขึ้นไป ตอนนั้นผมว่ามันดีแล้วนะ..เวลาผ่านไป  พอมีเวลาว่างก็มานั่งพิจารณาดูไปดูมา...มันก็ดูตลกๆดี...แต่เอาเถอะทำได้ขนาดนั้นก็ดีแล้ว...ที่สำคัญในใจแอบเสื้อคับเล็กๆ..เราเป็นเจ้าของเวบไซต์แล้ววว...

            ทุกวันหลังจากมีเวลาว่างก็มานั่งโปรโมทเวบของตัวเองตามเวบบอร์ดต่างๆ  เอาเท่าที่จะทำได้...จำนวนผู้เปิดเข้ามาชมก็เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ถึงแม้มันจะไม่หวือหวาในเรื่องสถิติผู้เข้าชมมากนักแต่ก็โอเคนะ(คิดเข้าข้างตัวเอง)  โทรศัพท์ที่มีเข้ามาพูดคุยสอบถามก็เริ่มจากสายสองสายก็กลายเป็นหนาแน่นขึ้น   มิตรภาพและสิ่งดีๆก็เข้ามาประสบการณ์จากการพูดคุยกับลูกค้าทำให้เราได้เรียนรู้  ลูกค้าหลายๆประเภทส่วนใหญ่ล้วนเป็นไปในทางที่ดี  จากการปิดการขายไม่ค่อยเป็นทำให้พัฒนาการเป็นไปอย่างรวดเร็ว...สามารถปิดการขายได้  ออร์เดอร์ก็มีเข้ามาทุกวัน...

            ก้าวแรกของการเดินสู่ถนนสายอีคอมเมิร์ชผมยอมรับนะครับว่ามันน่าสนุกมาก มีรายได้เข้ามาไม่เลวเลย  ทุกวันหลังจากจัดการอาหารมื้อเย็น ผมก็จะหาโอกาสนั่งหน้าจอ  ผมทำอย่างนี้ทุกวันยกเว้นถ้าไม่ติดภาระกิจอะไรเสียก่อน

            ครั้งหนึ่งผมเคยได้เข้าอบรมทางวิชาการ เกี่ยวกับเรื่องอะไรสักอย่างผมจำไม่ได้ในส่วนของหัวข้ออบรมอย่าไปสนใจมันเลย แต่ที่ผมประทับใจมาก  มีวิยาการท่านหนึ่งพูดดีมาก เขาบรรยายว่า ชีวิตคนเราไม่ควรยืนเหมือนกระต่ายขาเดียว  ตอนแรกผมฟังไม่เข้าใจ  แต่พอวิทยากรท่านนี้บรรยายต่อ..ว่า..หากยืนเหมือนกระต่ายขาเดียวมันจะทำให้ชีวิตเราค่อนข้างเสี่ยงต่อความมั่นคงในชีวิตและความเป็นอยู่สูง   หากแต่เราสามารถยืนแบบกระต่ายสองขา กระต่ายสามขา กระต่ายสี่ขาชีวิตความเป็นอยู่จะมั่นคง  ยิ่งเรายืนแบบกระต่ายมากขาเราก็จะมั่นคงมากขึ้นเป็นทวีคูณ

             พอบรรยายจบคนอื่นไม่รู้จะคิดแบบผมหรือไม่ผมไม่รู้  แต่ผมกลับมานั่งทบทวนจากคำพูดนั่น  ผมมองเห็นความจริงที่ปรากฏชักเจนมาก  ยิ่งผมมาทำอีคอมเมิร์ชเป็นอาชีพเสริม  ผมเลยได้คำตอบที่ชัดเจนมากถึงมากที่สุด  

             มนุษย์ทุกคนมีเวลาในหนึ่งชัวโมงเท่ากันมียี่สิบสี่ชั่วโมงเท่ากัน ทุกคนมีเวลาหนึ่งวัน หนึ่งสัปดาห์เท่ากัน ทุกคนมีหนึ่งปีเท่ากัน แต่ทุกคนมีเวลาแห่งชีวิตไม่เท่ากัน  บางคนมีมาก บางคนมีน้อย ขึ้นอยู่กับต้นทุนแห่งบุญกรรมว่าจะมากหรือน้อยไม่เท่ากัน........แต่คุณเชื่อไหม?  ทุกคนสามารถทำเวลาให้มีค่าได้ไม่เท่ากัน  สำหรับผมหนึ่งวันยี่สิบสี่ชัวโมงมีค่ามาก  ทำอย่างไรจะเพิ่มมูลค่าเวลาให้ได้มากที่สุด

        บนถนนอีคอมเมิร์ชทำให้ผมได้คำตอบอะไรต่อมิอะไรเยอะมาก  ก้าวแรกของการเดินบนถนนสายนี้น่าสนุกมาก  ทั้งที่รู้ว่าระยะทางมันยาวไกลเหลือเกิน  ผมสัญญากับตัวเองว่าผมจะก้าวเดนทางไปให้ดีที่สุด  กับบทบาทของคนส่งต้นไม้จากเวบโวต์ http://www.takuyak.com

 

                                                                                                   บทที่5

                                        สู่การจัดการที่เป็นระบบ
        วันที่ผมเริ่มต้นกับการค้าขายต้นไม้ ผมยอมรับเลยว่าผมยังไม่รู้เลยว่าจะทำได้ดีเพียงใด..ไม่ได้คิดและคาดหวังอะไรมาก..นอกจาก..."เงิน". แต่นั้นมันเป็นเรื่องที่ผมคิดผิดเป็นอย่างมาก สิ่งที่ผมพบ "เงิน"มันไม่ใช่คำตอบสุดท้าย . มันกลับมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นคำตอบที่มาพร้อมกับโจทย์ที่เราต้องตอบมันให้ได้.มันมีทุกวัน  แต่สิ่งนั้น ณ วันนี้ผมคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเลยมันเป็นสิ่งที่ดีและคุ้มค่ามาก.คำตอบที่ได้ทุกคำตอบมันคล้ายตัวจิกซอว์ ของภาพเขียนที่สวยงาม  โดยที่เราคิดไม่ถึง..ระบบการจัดการที่เป็นไปโดยธรรมชาติ.มันสอนเราจากประสพการณ์การขาย การสนทนากับเกษตรกร กับลูกค้า การตอบโจทย์และการแก้ปัญหา มันทำให้ผมค้นพบระบบการจัดการที่ผมไม่เคยเจอ(ผมไม่เคยเรียนบริหารธุรกิจ)
                     ลูกค้าผมมีทั่วประเทศ หลายครั้งผมพลาดโอกาส ทั้งที่ผมปิดการขายได้สำเร็จ เหตุผลหรือครับ..ณ วันนั้นผมจะขายพันธุ์ไม้ได้เฉพาะในเขตจังหวัดที่ผมอาศัยอยู่เท่านั้น แต่ถ้าหากมีลูกค้าที่อยูไกลผมจะไม่สามารถจัดส่งของไปยังลูกค้าได้เลย ในช่วงเวลานั้นผมก็จะทำได้เพียงการจัดส่งเมล็ดพันธุ์เท่านั้น  นับว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง
                     ลูกค้าต้องการต้นพันธุ์ไม้ไปปลูกในเขตห่างไกลจากพิษณุโลกผมเสร็จลูกเดียว จบเห่ กันเลยล่ะ ครั้นจะเช่ารถไปส่งก็ค่าเหมารถขนส่งกินหมด กำไรที่คิดไว้ไม่เหลือ หรือถ้าเหลือก็น้อยมาก ค่าเหนื่อยไม่คุ้มเลย ครั้นจะไปชาร์ตเอาด้วยการเพิ่มราคาต้นกล้าพันธุ์ไม้ ผมคิดว่ามันไม่แฟร์เลยเอาเปรียบลูกค้าเกินไปครั้นจะไปส่งเองโดยเอารถที่บ้านไป  พอหันหน้ามามองรถยนต์ของตัวเองแล้วปลง มันจะไปรอดไหมเนี่ย ที่สำคัญคุณป้าคันเก่งที่มีก็ดันเป็นรถเก๋งซะอีก (เศร้า)
                     มีอยู่เคส นึง.ลูกค้ามาจากมหาสารคามต้องการต้นตะกู7500ต้นเจรจาการขายทางโทรศัพไม่นานปิดการขายได้โดยได้ทางออกว่าลูกค้าจะเอารถมาใส่ต้นไม้เอง. นัดวันวอ เวลานอกันเป็นที่เรียบร้อย ลูกค้าออกเดินทางมาจากมหามารคาท นัดเจอกันที่พิษณุโลกเวลา7โมงเช้า ผมจัดแจงเตรียมตัวที่จะต้อนรับลูกค้าด้วยความตื่นเต้น (เคสใหญ่หลักพันต้นเป็นครั้งแรก) ตื่นเต้นมากครับโทรนัดแนะกันเป็นที่เรียบร้อย คุณรู้ไหมเกิดอะไรขึ้นกับผม "คุณป้าคันเก่งเกเรครับ"แกเล่นบทไม่อยากติดเอาดื้อๆ ลูกค้าคงรอผมนานพี่แกออกไปหาซื้อที่ไร่คนอื่นซะฉิบ  ยอมรับว่าเสียดายมาก ฟาร์มชาวไร่ที่อยู่ก้วนเดียวโทรมาหา เล่าให้ฟังว่า เช้านั้นฟลุ๊กมาก ขายต้นไม้ขาจรได้คั้ง7500ต้น  คุณป้านะคุณป้า ไม่เป็นใจเลยยย..
                     ผมกลับมาบ้านพร้อมคำถามและคำตำหนิตัวเอง เราควรจะมีการจัดการที่เป็นระบบกว่านี้..ซะแล้วแล้วคำตอบที่ต้องตอบให้ได้คิออะไรล่ะ? 

 
                                                บทที่6

                           บทเรียนแห่งความผิดพลาดมีค่าเสมอ

จากบทที่แล้วจะเป็นเรื่องของบททดสอบกำลังใจและความอดทนในการเดินทางบนถนนคนส่งต้นไม้หรือเปล่า ก็เหลือเดา  เพราะจากวันนั้นที่ผิดพลาดมันทำให้ผมต้องหาทางแก้ไข ไม่งั้นจบม้วนเสื่อกลับบ้านแน่ ยอมรับนะครับแรกๆเครียดมาก คิดน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตาและความไม่พร้อมของตัวเอง ทั้งที่ทุกอย่างน่าจะออกมาเพอร์เฟคทั้งที่วางแผนการขายกับเคสนั้นไว้เป็นอย่างดี รายได้ที่มองเห็นข้างหน้าเป็นตัวเลขกลมๆน่าสนใจไม่น้อย ดีดลูกคิดรางแก้วไว้เป็นอย่างดี..ทุกวันนี้คิดย้อนเหตุการณ์วันนั้นอีกครั้งมันก็ขำๆดี..ถึงแม้มันเป็นตลกร้ายในช่วงเวลานั้น แต่มันให้อะไรต่อมิอะไรกับผมเยอะเลย สถานการณ์มันสอนผมหลายอย่าง อย่างน้อยมันทำให้ผมได้มาโอกาสทดสอบกำลังใจไปในตัว...

            ถามว่าท้อไหม? ยอมรับครับว่าอารมณ์ในช่วงนั้นผมมีบ้างในเรื่องท้อแต่ผมไม่ถอยนะ..ก็ทำไมล่ะ? ผมก้าวขึ้นมาบนถนนสายคนส่งต้นไม้แบบมือเปล่านี่..แล้วจะกลัวอะไร ต้นทุนของผมคือสมองกับสองมือที่มี เราไม่ได้ขาดทุนนี่หนา มือเรายังอยู่ สมองก็ยังอยู่ไม่ได้แหว่งไปไหนเลย เพียงแต่เสียกำลังใจเล็กน้อย กลัวไปทำไมเสียใจไปทำไมเครียดไปทำไม?..คนที่ไม่เคยผิดพลาดคือคนที่ตายไปแล้วเพราะมันทำอะไรไม่ได้

            ผมโชคดีอยู่อย่างนึงนะกำลังใจที่ไม่เคยหมดเพราะมีเติมให้ตลอดเวลาคือคนในครอบครัว บางทีผมคิดท้ออยากหยุด..เขาเหล่านั้นก็เอากำลังใจมาเติมให้ มันก็ขับเคลื่อนไปได้อีก  คิดให้มันเป็นเรื่องสนุกมันก็สนุกนะ...อย่าไปคิดว่ามันเครียดหากเครียดแล้วแก้ปัญหาได้ก็เครียดไปเถอะ ความเครียดของมนุษย์มันเป็นเหมือนการปิดประตูการแก้ปัญหา มันจะทำให้สุขภาพจิตเราไม่สมบูรณ์พลังแห่งการต่อสู้ของเราจะอ่อนแอ เราจะตกอยู่ภายใต้การควบคุมแบบเบ็ดเสร็จของปัญหา เราจะก้าวอยู่เหนือปัญหายากมากในที่สุดเราจะแก้ปัญหาไม่ได้เราจะควบคุมมันไม่ได้ที่สุดเราก็จะล้มเหลวในการแก้ปัญหา

             ผมรวบรวมปัญหาที่เกิดและความน่าจะเป็นในเรื่องของปัญหา แล้วเอามาสรุปพยายามตีโจทย์ให้แตกมันก็จบ ในเมื่อปัญหามันคืออะไรเราก็คิดแบบกลับด้าน

มันก็แก้ได้ ทำไมล่ะ?

          ก็จะอะไรเสียอีกล่ะมันเป็นหลักธรรมชาติง่ายๆ เอามาปรับใช้กับชีวิตก็จะทำให้ชีวิตเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว ธรรมชาติสร้างของทุกสิ่งทุกอย่างอยู่คู่กันเสมอ ไม่งั้นมันไม่สมดุลย์ ตัวอย่างเช่น มีดำก็มีขาว มีดีก็ต้องมีไม่ดี มีบวกก็มีลบ มีสูงก็มีต่ำ มีอ้วนก็ต้องมีผอม มีธรรมะก็มีอธรรม มีจริงก็ต้องมีไม่จริง ปัญหามันอยู่ตรงนี้ เราจับประเด็นให้ได้ ปัญหาเราก็จะแก้ได้

         วันนั้นผมไม่มีรถขนต้นไม้ วิธีแก้ก็คือผมต้องมีรถขนต้นไม้ วิธีแก้มีแค่นี้เอง แต่ในรายละเอียดปลีกย่อยมันอยู่ที่วิธีการบริหารจัดการกับปัญหานั้นว่าจะทำอย่างไร

         สำหรับผมปัญหามันเกิดจากการขนส่งผมใช้วิธีหาแหล่งต้นไม้ที่มีรถขนส่งให้เรา มันก็แค่นั้นเอง เราหาตลาดเราติดต่อลูกค้าคุณผลิตและจัดส่ง ค่าใช้จ่ายก็บวกไปเหลือกำไรนิดหน่อยเป็นค่าบริหารจัดการของเรายุติธรรมดีลูกค้าได้รับความสะดวก ต้นไม้ก็ถึงมือลูกค้าสะดวก ปลอดภัยที่สำคัญเราได้รับการประกันความเสี่ยง หากเกิดการเสียหายจากการขนส่งโปรดักส์เลือกได้ความสมบูรณ์แบบมีลูกค้าได้ต้นไม้ไม่แพง เราไม่ได้บวกมาก ความพึงพอใจเกิดทุกฝ่ายสมประโยชน์ ธุรกิจเดินไปได้

        จะเห็นได้ว่าหากเรามองปัญหาในมุมกลับจาก"ไม่มี"มันคือปัญหา วิธีแก้ก็คือทำให้มัน"มี"  เพราะธรรมชาติสร้างความไม่มีคู่กับความมีแล้วใข้วิธีการให้มันถูกต้องปัญหาก็จบ

        ผมทำแบบนั้นอยู่ระยะหนึ่งจนกระทั้งเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งรถขนส่งต้นไม้คันแรกของผมก็เกิดขึ้นด้วยความภาคภูมิใจถึงแม้มันไม่ใช่ราคาเรือนล้านแต่มันก็มีค่ามหาศาลมากสำหรับผม เพราะมันคือน้ำพักน้ำแรงของคนส่งต้นไม้ตัวเล็กๆบนโลกที่กว้างใหญ่  ที่พร้อมจะก้าวนำพากล้าพันธุ์ไม้ไปได้ไกลทั่วไทย เพียงคุณบอกมา                                                               

       บทที่7

          การเดินทางมิตรภาพเกิดขึ้นเสมอ

           ต้นไม้นับหมื่นนับแสนต้นที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจสั่งซื้อเข้ามา คุณเชื่อไหม?ว่า เริ่มต้นจากการเจรจาติดต่อไถ่ถามจากการติดต่อสื่อสารหลายช่องทาง หลายครั้งหลายคราว หลายร้อยหลายพันเรื่องราวที่ได้สนทนากัน สายโทรศัพท์นับหมื่นสาย อีเมล์หลายต่อหลายฉบับ ช่องทางทางโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค ที่ติดต่อเข้ามา  มันทำให้ผมมีกำลังใจในการที่จะดำเนินเดินทางบนถนนสายต้นไม้ อย่างมั่นใจ ยิ่งนานวันประสบการณ์ก็สั่งสมเพิ่มพูน การเจรจาแต่ละครั้งล้วนเป็นประสบการณ์ที่หาซื้อไม่ได้ในท้องตลาด ซึ่งมันเป็นสิ่งที่มีค่ามาก หากแต่เราต้องเก็บเกี่ยวเอาเอง ลูกค้าก็มีหลากหลายแบบ หลากหลายเรื่องราว ที่สำคัญคือมิตรภาพ ว่ากันว่าการเริ่มต้นบนถนนสายแห่งมิตรภาพต้องก่อกำเหนิดจากการสนทนากันเป็นอันดับแรก อันนี้เป็นความจริง ความอ่อนน้อมถ่อมตนและความจริงใจต่อคู่สนทนาเป็นสิ่งสำคัญ "อย่าตอบว่าได้ถ้าทำไม่ได้" "อย่าตอบว่าใช่หากไม่ใช่" "อย่าตอบว่าดีหากไม่ดี" ที่สำคัญมารยาทในการเจรจาสนทนากับลูกค้าคือการเป็นผู้ฟังที่ดี โดยเฉพาะการก้าวเดินบนถนนสายธุรกิจอีคอมเมิร์ชซึ่งผู้ซื้อกับผู้ขายไม่เคยพบปะเจอะเจอกันมาก่อน สำคัญที่สุดคือความจริงใจ ไม่ใช่ว่าจะตั้งหน้าตั้งตาหาทางปิดการขายเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองแต่ฝ่ายเดียว มีอะไรก็ใส่ๆเข้าไป มันไม่ใช่เลย เราต้องตระหนักที่สุดก็คือผลประโยชน์ของลูกค้า เพราะเขาเข้ามาเพื่อประโยชน์ของเขา ทำอย่างไรให้เขาบรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้เข้ามาสนทนากับเรา หากลูกค้าได้รับความพึงพอใจผลประโยชน์มันก็มาถึงเราเองไม่มากก็น้อย อันนี้เป็นเรื่องธรรมดาโดยธรรมชาติของธุรกิจ

       บนถนนของคนส่งต้นไม้นั้นอันดับแรกของการขายได้นั้น เริ่มต้นมาจากความพึงพอใจของลูกค้า บ่อยครั้งที่การปิดการขายสำเร็จส่วนใหญ่มักมาจากความห่วงใยซึ่งกันและกันมากกว่า ผมมักจะบอกกับลูกค้าว่าในการตัดสินใจที่จะซื้อต้นไม้จากผมนั้นจะต้องสรุปการตัดสินใจให้ดีที่สุด ผมมักจะถามลูกค้าบ่อยครั้งว่าจุดประสงค์หลักที่จะปลูกต้นไม้นั้นเพื่ออะไร "เพื่อสาธารณะ?" "เพื่อการพาณิชย์?"" เพื่อลดโลกร้อน?"หรือแม้กระทั้งเพื่ออุดมการณ์ คืออะไร เพราะลูกค้าแต่ละกลุ่มมีแนวคิดคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน ส่วนใหญ่จะปลูกในเชิงพาณิชย์ แต่การตัดสินใจทางความคิดแล้วเข้ามาติดต่อเรา ของเขาเหล่านั้นมักจะพกความตั้งใจมาสูงมาก แต่เมื่อมาต่อยอดทางความคิดหลังจากที่ได้สนทนากันนั้นจึงมักจะเป็นบวกมากกว่าลบร้อยทั้งร้อย คำถามที่ผมพบและเจอบ่อยที่สุดคือปลูกต้นไม้แล้วได้ผลประโยชน์อย่างไร ? จริงครับคงไม่มีใครหรอกที่ทำอะไรลงไปแล้วไม่หวังผลประโยชน์ สำคัญแต่จะมากหรือน้อยเท่านั้นเอง

             คำว่า"ต้นไม้"ใครเลยจะคิดว่ามันจะยังประโยชน์แก่ผู้อุ้มชูเลี้ยงดูปลูกได้มหาศาลมาก ทั้งทางตรงและทางอ้อมหากแต่เราดำเนินการไปบนเส้นทางของความเหมาะสมผมของมันจะเกิดขึ้นได้อย่าอัศจรรย์ บ่อยครั้งผมมักจะบอกกับลูกค้าว่า การปลูกต้นไม้ในเชิงพาณิชย์นั้นหากตัดสินใจผิด สิงที่เสียไปแล้วเอากลับมาไม่ได้เลยคือเรื่องของ"เวลา" เวลาในชีวิตของคนเรานั้นมีน้อยมาก หากเสี้ยวหนึงของชีวิตมันหายไปกับการตัดสินใจที่ผิดพลาด มันเอากลับมาไม่ได้ และมันเป็นเรื่องที่ไม่น่าให้อภัย  เสียเงินเรายังหากลับมาใหม่ได้ โดยเฉพาะต้นไม้เราต้องใช้เวลานับสิบปีหรือหลายสิบปี หากตัดสินใจผิดพลาดเวลาที่หายไปของชีวิตมันไม่น้อยเลยที่เราต้องเสียไปแล้วเอากลับมาไม่ได้ เช่นหากตัดสินใจปลูกต้นสัก20ไร่ ตั้งความหวังและผลประโยชน์ไว้อย่างดีครั้นเวลาผ่านไปสัก10ปีถูกน้ำท่วมตายหมด มันคุ้มไหมกับเวลาที่เสียไป หรือปลูกลงไปแล้วขาดการวางแผนการบริหารจัดการไม่ดี เช่นไม่ได้นำไปขึ้นทะเบียนเป็นสวนป่าเอกชน หรือนำไปจดทะเบียนใบ ส.ป.3 พอต้นไม้โตตัดไม่ได้ จะขายก็ถูกกดราคา จะตัด ชักลาก แปรูปก็ไม่ได้ นั่นก็เป็นเรีองที่น่าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง เสียใจ เสียเงินพอทำเนา "เสียเวลา"นี่แหละถือว่าเสียหายมากที่สุด เป็นต้น

       "มิตรภาพและความจริงใจ"ต่อลูกค้าจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดบนถนนสายนี้ ถนนสายอีคอมเมิร์ช ถนนของคนส่งต้นไม้ ผมตระหนักดีว่าหากเราให้ความจริงใจและมิตรภาพที่ดีกับเขา ในไม่ช้าเราก็จะได้มิตรภาพและความจริงใจกลับมาในไม่ช้า ถึงแม้เราจะไม่เคยรู้จักกันมาก่อนและเราก็ไม่เคยเห็นหน้าค่าตาซึ่งกันและกันเลย แต่หากเรามีความจริงใจ ซื่อสัตย์ในการให้บริการ อ่อนน้อมถ่อมตน มิตรภาพระหว่างกันก็จะเกิดได้ตลอดเวลาบนถนนสาย นี้ 

                                                 บทที่8 

                                       บนถนนสายนี้มีเรื่องราว 1

    การเดินทางที่ยาวไกล จากจุดเริ่มต้นที่ความต้องการต้นไม้ จากความตั้งใจและความเชื่อมั่น ที่จะปลูกต้นไม้ ไม่ว่าจะมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร ของลูกค้า นั้นคือจุดเริ่มต้นออกเดินทางอย่างแท้จริงของคนส่งต้นไม้  บางครั้งต้องอาศัยความอดทนอย่างสูงที่จะต้องปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จลุล่วง ลูกค้าแต่ละคนจะมีความหลากหลายทางความคิด หลากหลายสาระองค์ประกอบ ในการที่จะทำภารกิจบรรลุผลสำเร็จ บนพื้นฐานและบทสรุปเดียวกัน คือต้องการที่จะได้ต้นไม้ไปปลูกตามความต้องการของตัวเอง 

   การเดินทางบางครั้งยากเย็นแสนเข็นทุลักทุเล บางจุดก็สุ่มเสี่ยงในเรื่องของอันตราย หลากหลายรูปแบบ ผมกล้าที่จะพูดได้เต็มปากได้เลยว่าน้อยครั้งที่จะมีการจัดส่งต้นกล้าพันธุ์ไม้ในเมือง ภภาระกิจที่ได้รับส่วนใหญ่จะเป็นทุ่งนา ป่าเขา ลำเนาไพร มีทั้งใกล้ มีทั้งไกลและทุรกันดาร แต่มันก็ท้าทายดีนะครับ  มีบางครั้งที่รถส่งต้นไม้ของเราเกือบตกเหว ครั้งนั้นผมจำได้ดี วันนั้นเรามีภาระกิจที่จะต้องนำต้นกล้าพันธุ์ไม้ในจำนวนประมาณเกือบ5000ต้นออกเดินทางจากแปลงเพาะที่จังหวัดพิษณุโลกปลายทางเขายายเที่ยงโคราช เราออกเดินทางในช่วงพลบค่ำ มีผู้ร่วมทางไปด้วยกัน3คน พี่หน่อง แฟนผมและตัวผมเอง เราใช้เส้นทางไปตามถนนสายพิษณุโลกตัดเขาลำนารายณ์ออกปากช่องเข้าสู่เขายายเที่ยง ช่วงที่เขาสู่เขายายเที่ยงก็เป็นเวลาเช้าพอดี เราประสานลูกค้าที่จะเดินทางทางพบเราในจุดนัดพบเป็นระยะๆ

   และก่อนที่ลูกค้าจะเดินทางมาถึงเราจัดการภาระกิจประจำตัวเหมือนทุกเช้า และรวมถึงอาหารเช้า จนกระทั้งเวลาประมา9โมงเช้าเรากได้พบกับลูกค้าทีจะนำทางเราขึ้นเขายายเทียง ลูกค้ารายนี้เป็นเด็กหนุ่ม ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตทั้งที่มีอายุยังน้อย ไม่ถึงสามสิบปี ประกอบอาชีพรับเหมา ยังโสด  แต่จากการพูดคุยทักทายหลังจากได้พบกันครั้งแรก มันทำให้ผมรู้สึกว่าลูกค้ารายนี้ไม่ธรรมดาเลย ความคิด วิสัยทัศน์ มุมมองเรื่องการใช้ชีวิตละเอียดอ่อนมาก เรียกว่าไม่ธรรมดา เราท่กทายกันพอประมาณ ลูกค้าก็นำทางเราออกเดินทาง ไปยังจุดที่จะนำกล้าพันธุ์ไม้ไปปลูก

  รถของผมและลูกค้าวิ่งตามกันไปตามถนนที่เป็นทางลาดยางสายเล็กคดเคี้ยวลัดเลาไปบนเนินสลับก้บการผ่านป่ายูคาลิปตัสและสวนผลไม้ของชาวบ้าน รีสอร์ท เราขับรถผ่านเป็นระยะ มีทั้งสร้างนานแล้วและ กำลังสร้าง ในขณะเดียวกันเราก็สามารถมองเห็นกังหันลมขนาดใหญ่ ผนวกกับทัศนียภาพบนเขายายเที่ยงที่สวยงาม ผมคิดว่าไหนๆก็มาแล้วเอาเป็นว่าตอนกลับต้องเก็บภาพความทรงจำเอาไว้ อากาศที่นี่ดีมากครับ ตามแนวเขาและเนินรีสอาทหรูถูดตกแต่งแลนด์เสคปไว้กันอย่างสวยงาม

รถของเราวิ่งผ่านไปเรื่อยๆ หลายกิโลเมตร จนกระทั้งพ้นจากทางลาดยางก็เป็นทางที่เป็นดินสลับหิน ขรุขระ โยกเยก คดเคี้ยว เล่นเอาหัวสั่นหัวคลอนเลยล่ะ พวกเราในรถเริ่มมองหน้ากัน แต่ไม่ได้พูดอะไรกัน ดูจาสีหน้าแล้วคงมีคำถามเดียวกัน "เมื่อไรจะถึงว่ะ"  ประมาณเกือบสิบกิโลเมตร เราก็มาถึงจุดที่คิดว่าเป็นจุดที่ เราต้องพบกับความตื่นเต็นที่สุดทริปหนึ่งเลยล่ะ

    เบื้องหน้าของเราเป็นเนินที่เรามองเห็นและประเมินจากสายตา เป็นเนินที่มีการลาดทำเป็นพื้นซีเมนต์ไปตามแนวเนินที่คดไปมา ลูกค้าจอดรถ เราจอดรถ

   ลูกค้าลงมาถามว่า "ไหวไหมครับพี่" ผมตอบ"พอไหวครับ" "ด้านหน้าเป็นเนินลาดชันมากนะครับ"ลูกค้าบอก"ด้วยความที่แดดเริ่มร้อนมากแล้ว คนที่มาด้วยก็บอกกับผมให้รีบเดินทางต่อเถอะ ผมเลยบอกกับลูกค้าว่าไปได้ไม่ต้องห่วง

 ในใจของผมมองเนินที่จะต้องขึ้นไป และต้นไม้ที่อยู่ในรถ ผนวกกับประเมินกำลังรถ สบายมากเนินแค่นี้ อัดเต็มกำลังปล่อยให้สุดๆ เดี๋ยวก็ถึง ผมมารู้ตัวว่าผมคิดผิดแล้วก็ต่อเมื่อ ผมปล่อยให้ลูกค้าทิ้งช่วงไปสักระยะแล้วผมก็เร่งเครื่องเต็มที่ไล่เกียร์รถจากสูงไปจนกระทั้งเป็นเกียร์ต่ำสุดคือเกียร์หนึ่งบนทางที่ลาดชันและคดเคี้ยวไปมาอย่างมาก ที่กลางระยะทางที่ยังไม่ถึงปลายเนิน

   โอ้วพระเจ้า เกียร์ที่ต่ำสุดไม่สามารถพารถไปถึงปลายเนิน ไม่มีเกียร์เทวดาที่ไหนที่จะทำให้รถขึ้นไปได้แล้ว ยิ่งมองข้างทาง ยิ่งทำให้ใจแทบวาย มันเป็นเหว ลึกมาก ความลึกคงทำให้อะไรที่หล่นลงไปแหลกแน่ๆ  ครั้นจะไปต่อรถก็หมดกำลังส่ง กำลังเครื่องแล้ว ตายละ "เกียร์หมดแล้ว"ผมอุทานอย่างตกใจ คนในรถพากกันตกใจ "พี่หน่อง"ที่นั่งข้างผมซึ่งเป็นคนขับบอกให้เหยียบเบรคให้รถอยู่นิ่งๆ อย่าขยับ แกเปิดประตูกระโดลงไปดู พร้อมกับตะโกนบอกมาว่า ตอนนี้ล้อหน้าเกือบไม่ได้แตะพื้น  ที่รถตั้งอยู่ได้เพราะกันชนหลังมันค้ำและยันกับพื้นถนน รถที่บรรทุกต้นกล้าพันธุ์ไม้มาน้ำหนักตอนนี้มันอยู่ที่หลังรถเกือบทั้งหมด แฟนผมที่นั่งอยู่ในแค๊ปหลังคนขับตกใจอย่างมาก ตอนนี้สติคงกระเจิดกระเจิงแล้ว 

   ในเสี้ยววินาที่แห่งความเป็นความตายนั้น พี่หน่องซึ่งแกชำนาญรถกว่าผม รีบตะโกนบอกมา "ใส่เกียร์ถอยหลังเอาไว้ก่อน เร็ว""ตั้งสติไว้ด้วย"  ผมรับคำทันที วินาทีนั้นไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว ผมใส่เกียร์ถอยหลังค้างเอาไว้แต่ก็เหยียบเบรคไว้ด้วยเช่นกัน

   หัวรถเริ่มสายไปเล็กน้อย ผมหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬไม่รู้มาจากไหน ออกมาเป็นเม็ดๆเลยทีเดียว "สติ" ผมนึกในใจ พี่หน่องมาที่ข้างรถ บอกให้ผมค่อยๆปล่อยเบรคช้า มองกระจกดูทางด้านหลัง ค่อยๆขยันถอยลงเนินไปทีละนิด ทีละนิดผ่านจุดคดเคี้ยวที่เราขึ้นผ่านมาเมื่อครู่

  เราค่อยปล่อยรถลงเนินโดยใช้เวลามากพอสมควร ในที่สุดเราก็ถอยกลับมา  จนกระทั้งถึงจุดที่เป็นลานขนาดย่อม ที่เราคิดว่าคงจะเป็นที่พักรถก่อนขึ้นสู่ยอดเนินที่เรากำลังจะขึ้นไป และเพิ่งผ่านเหตุการณ์ที่ระทึกเมื่อครู่นี้ เวลาผ่านไปสักพักนึง ลูกค้าคงเห็นผิดสังเกต จึงย้อนรถกลับมาหาเรา เหตุที่ไม่สามารถบอกหรือแจ้งเหตุกับลูกค้าได้เนื่องจาก จุดที่เรากำลังเดินทางไปนั้นสัญญาณโทรศัพท์ไม่มีโดยสิ้นเชิง

     เราตัดสินใจใช้วิธีแบ่งถ่ายกล้าพันธุ์ไม้บางส่วนขึ้นรถของลูกค้าไปบ้างทำให้น้ำหนักของการบรรทุกลดลง และเราก็เดินทางขึ้นสู่ยอดเนินเขาอีกครั้ง และออกเดินทางต่อไปจนถึงจุดที่ถูกกำหนดให้เป็นที่ลงกล้าพันธุ์ไม้ที่เรานำขึ้นรถเดินทางมาหลายร้อยกิโลเมตร เป็นผลสำเร็จ

    ก่อนกลับ มิใยที่เราจะได้บอกกล่าวร่ำลาลูกค้าหนุ่มไฟแรง และบรรดาลูกๆ (กล้าพันธุ์ไม้) ว่าพ่อมาส่งถึงที่อยู่ใหม่แล้ว ดูแลตัวเองให้ดีๆนะ

    ทริปนี้เราเดินทางกลับลงมาอีกครั้งถึงปากช่องก็ค่ำพอดีจัดการอาหารเย็นแล้วก็เดินทางย้อนเส้นทางเดิม ถึงฟาร์มต้นไม้ที่พิษณุโลกโดยสวัสดิภาพ

                                           บทที่9

                              บนถนนสายนี้มีเรื่องราว2

    หลากหลายเรื่องราวที่พานพบ จากการเดินทางของคนส่งกล้าพันธุ์ไม้ ล้วนแต่มิตรภาพที่หอมหวลและสดชื่น มาจากการที่มีเป้าประสงค์และจุดประสงค์ที่ไม่แตกต่างกันนั้นมาจากการคืนความเขียว คืนผืนป่าสู่แผ่นดินไทย บางที่เราต้องบุกป่าผ่าดง ลุยน้ำ ขึ้นเขาที่สูงชัน เรียกว่าถ้าหากจุดพิกัดการจัดส่งไหนที่เราไปส่งได้เราเดินทางไปร่วมคืนผืนป่าสู่แผ่นดินไทยให้ทันที

     มีหลายคราวที่เราต้องเดินทางไปจัดส่งในเขตที่อันตรายมากๆเช่นในเขต3 จังหวัดชายแดนใต้  เจอเรื่องราวที่ตื่นเต้นเร้าใจแทบนั่งไม่ติดกันเลยทีเดียว ทั้งคนขับรถคนลงต้นไม้ รวมทั้งคนที่รอคอยอยูทางบ้านที่หางกันนับพันกิโลเมตร ทางกลางสถานการณ์อันร้อนระอุดังที่เราๆท่านได้รู้และทราบข่าวจากการนำเสนอทางสื่อต่างๆนั้นแหละ มันชัดเจนมาก บางครั้งเราต้องผ่านเส้นทางที่เกิดเหตุระเบิดและการก่อวินาศกรรมแบบสดๆร้อนๆ   ส่วนคนที่รอคอยอยู่ทางบ้าน เล่นเอาเป็นว่ากินไม่ได้นอนไม่หลับกันเลยทีเดียว ครั้นจะติดต่อทางโทรศัพท์ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะในพื้นที่จะมีการตัดสัญญาณโทรศัพท์ และการออกกฏว่าให้ใช้ซิมการ์ดที่ลงทะเบียนเท่านั้นจึงจะใช้งานได้ โดยในสมัยนั้นไม่ได้มีมาตรการบังคับว่าจะต้องลงทะเบียนเหมือนในปัจจุบัน พอเข้าไปในพื้นที่สีแดง โทรศัพท์มือถือเรียกว่าขาดการติดต่อกันไปเลย จนกว่ารถส่งกล้าพันธุ์ไม้จะออกมาจากพื้นที่ เรียกว่าเครียดกันไปหมด

    การเข้าไปในพื้นที่ที่กำลังร้อนระอุด้วยความไม่เข้าใจกันในเรื่องของอุดมการณ์ เราจึงจำเป็นที่จะต้องอาศัย เจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่อยูในพื้นที่คอยอำนวยความสะดวกให้ แต่บางเคส เราจำเป็นที่จะต้องเข้าไปด้วยภารกิจที่ไม่มีการร้องขอเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าจึงต้องมีการวัดดวง และเป็นการเสี่ยงอยู่มากพอสมควร 

  บางทีเราเคยมานั่งคิด หลังจากภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว ว่าการเสี่ยงแบบนี้มันไม่คุ้มด้วยประการทั้งปวง มันช่างบีบหัวใจเหลือเกิน เลยเราต้องออกกฏมาว่าเราจะหลีกเลี่ยงการเดินทางในลักษณะสุ่ม เสี่ยงแบบนี้อีก โดยจะลงลึกไปไกลสุดแค่แยกนาหม่อม หาดใหญ๋เท่านั้นและจะนัดลูกค้ามารัของเอง

    การทำงานของคนส่งต้นไม้ ยอมรับจริงๆ ว่าเหนื่อยมาก แต่สนุก ซึ่งไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อยสักเพียงใด อันตรายแค่ไหน ไม่ว่าจะใกล้ไกลแค่ไหนเราจะไปส่งให้ถึงมือและบรรจงวางไว้บนหัวใจของผู้ที่สั่งกล้าไม้ไปปลูกอย่างนิ่มนวลที่สุด เพราะเราเคารพและนับถือหัวใจที่ตั้งใจจะคืนผืนป่าสู่แผ่นดินไทยด้วยที่ดินของตัวเอง

   

                             

Tags : บันทึกการเดินทางของคนส่งต้นกล้าไม้

 
 หน้าแรก  ตะกู  บทความ  เว็บบอร์ด  รวมรูปภาพ
By คุณไก่กล้าพันธุ์ไม้2.  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view