http://www.takuyak.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  ตะกู  บทความ  เว็บบอร์ด  รวมรูปภาพ
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
« August 2017»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 23/05/2008
ปรับปรุง 03/07/2017
สถิติผู้เข้าชม2,008,395
Page Views2,670,209
สินค้าทั้งหมด 5
Menu
หน้าแรก
บทความ
เว็บบอร์ด
รวมรูปภาพ
โลกร้อน หายนะมวลมนุษยชาติ
มิติธรรมชาติ
เศรษฐพอเพียง
สักทองพืชทำเงินที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาล
"ต้นยางนา" พืชสร้างเงินที่ไม่ธรรมดา
"ไม้ยูคาลิปตัส"ความต้องการใช้ที่มีอย่างต่อเนื่อง
เปิดคลังไอเดียพืชทำเงิน
ไม้พยุง ไม้เงินล้านวันนี้ราคาพุ่งแรงแซงไม่หยุด
ราคาทอง
ราคาน้ำมัน
พยากรณ์อากาศ
ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
กรมส่งเสริมการเกษตร
กรมวิชาการเกษตร
ทีวีผ่านเน็ต
ศูนย์รวมสมุนไพรทุกชนิด
เพื่อนบ้านทั้งหมด
 

ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดภาวะโลกร้อน

 

ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดภาวะโลกร้อน

            ภาวะโลกร้อน มีหลายฝ่ายให้ความสำคัญและตื่นตัวกันพอสมควรแต่น่าจะมีการลงมือกระทำบางสิ่งบางอย่างให้เป็นรูปธรรมอย่างจริงจังต่อเนื่อง และตลอดเวลา ซึ่งหากต้องการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนอย่างจริงจังแล้ว ทุกคนที่รับรู้ถึงผลกระทบต้องหาแนวทางและผลักดันแนวทางแก้ไข รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากทุกสารทิศและบูรณาการความคิดเห็นความรู้ เหล่านั้นมาปฏิบัติอย่างรวดเร็ว เพราะรอช้าไม่ได้ อนาคตของเมือง ประเทศ และโลกของเราจะรีรอไม่ได้แล้ว ลูกหลานจะไม่มีที่จะอยู่ได้อย่างปกติสุขเหมือนในอดีตที่เราเคยดำรงชีวิตมา ซึ่งเมื่อคิดดูแล้วปัจจุบันเราก็เริ่มได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอากาศร้อนอบอ้าวเกิดพายุในหลายพื้นที่ อุทกภัย สภาพอากาศแปรปรวน การเปลี่ยนฤดูกาลเกิดความเสียหายมาแล้ว หากไม่เร่งทำอะไรซักอย่าง ความสูญสิ้นของมวลมนุษย์ก็คงจะมาในอีกไม่ช้านี้

                ภาวะโลกร้อน ต้นเหตุนั้นมาจากตัวมนุษย์ ที่เพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากเกือบทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจากการเผาไหม้เครื่องยนต์ที่เราใช้ขับกันอยู่ทุกวัน เป็นต้นเหตุสำคัญ อุณหภูมิสูงขึ้น ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตและมนุษย์ผู้เป็นต้นเหตุของปัญหาเอง

                มีข้อมูลที่น่าสนใจว่าการใช้น้ำมันของรถยนต์ 1 ลิตร จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาประมาณ 2.3 กิโลกรัม ซึ่งนั่นก็ไม่น้อยเลย ส่วนต้นไม้ที่โตเต็มที่ 1 ต้น สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 8 กิโลกรัมต่อปี ซึ่งต้องใช้ต้นไม้จำนวนมหาศาลเพื่อดูดซับก๊าซนี้ให้เพียงพอกับที่ปล่อยออกมา เพราะฉะนั้นทางที่ดีคือลดการปล่อย หรือไม่ปล่อยก๊าซดังกล่าวไปเลย น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า ดังนั้นเราต้องร่วมมือกัน

                กรุงเทพมหานครเป็นอีกองค์กรหนึ่งที่ตื่นตัวและให้ความสำคัญกับภาวะโลกร้อนและผลักดันการแก้ไขอย่างเป็นธรรม จะเห็นได้จากได้ร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย กลุ่มศิลปินนานาชาติเพื่อลดโลกร้อน จัดกิจกรรม สองล้อช่วยปั่น ช่วยกันลดโลกร้อน จัดไปเมื่อเร็วๆนี้ และมีโครงการรับรองการใช้จักรยานเพื่อการสัญจรทั้งเส้นทางจักรยาน ที่จอดจักรยาน มีคณะกรรมการเรารักกรุงเทพฯ เรารักจักรยาน จุดมุ่งหมายหลักเพื่อดึงประชาชนหันมาใช้จักรยานลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล หรืออย่างน้อยเพื่อปลุกจิตสำนึกให้ผู้คนหันมาใส่ใจต่อปัญหาและร่วมแก้ไข

                นอกจากการหันมาใช้จักรยานเพื่อลดภาวะโลกร้อนแล้วกรุงเทพมหานครยังได้จับมือเครือข่ายผู้ผลิตสินค้าเกี่ยวเนื่องกับบรรจุภัณฑ์เพื่อลดขยะอีกหนึ่งสาเหตุของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นำกลับมาใช้ใหม่ได้ ไม่ต้องกำจัดโดยการเผา ลดการผลิตใหม่ที่จะต้องใช้พลังงานเชื้อเพลิงอันเป็นต้นเหตุของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

                การเริ่มลดภาวะโลกร้อนของกรุงเทพมหานครเป็นการเริ่มต้นที่ดีโดยเริ่มจากการมีส่วนร่วมของประชาชน เพราะเชื่อว่าทุกคนสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้ของรถยนต์ได้ด้วยการหันมาใช้จักรยานเพื่อการสัญจร ไม่ว่าจะขี่ระยะใกล้ ระยะไกล หรือขี่ไปเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ

ที่มา :      หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอังคารที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2550

ความคิดเห็น

  1. 1
    coco
    coco dazz@game.com 10/08/2017 15:31

    For the table fans is a table is not enough,replica orologi because the savings still stay in a month to eat five times the level of lamb skewers,replique de montres de luxe I put the enthusiasm of the table are devoted to the purchase of watches and clocks in the magazine, and I and the nations The fate of the magazine is from the magazine to see the picture of the nations began.

  2. 2
    เอกรัฐ พรหมดีราช
    เอกรัฐ พรหมดีราช egkarat@gmail.com 17/07/2010 03:06

    ตอนเราเรียนมัธยมต้น ครูท่านสอนเราแล้วเรื่องการสังเคราะห์แสงของพืช เป็นกระบวนการสรีระวิทยาพืชที่สร้างอาหารเอง พืชสามารถปรุงอาหารได้เองโดยสีเขียวที่ใบพืชทำหน้าที่สังเคราะห์แสง เปลี่ยนน้ำที่ดูดขึ้นมาจากดิน สนธิกันกับก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์จากอากาศ โดยได้พลังงานจากแสงแดดเป้นตัวกระตุ้น กลายเป็นน้ำตาล 6 โมเลคุล กับอ๊อกซิเจน 6 โมเลกุล ฉะนั้น ในแต่ละครั้งหรือรอบของปฏิกริยาชีวเคมีที่เิกิดขึ้นจากการสังเคราะห์แสง ก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ในอากาศก็จะถูกเก็บกักไว้ในรูปของสารพวกแป้งและน้ำำตาลไว้ในต้นไม้เนื้อไม้ เปลือกแก่นและแม้แต่เป็นใบพืช และส่วนเหนือดินเป้นส่วนใหญ่ ที่ถูกเ็ก็บไว้ใต้ดินก็อยู่ในส่วนของรากและลำต้นใต้ดิน 


    ตราบใดที่เราไม่โค่นเผา ทำลาย ตัวการโลกร้อน คือ ก๊าซคาร์บอนฯก้จะยังคงอยู่ในรูปของเนื้อไม้สารอินทรีย์ในส่วนต่างของพืข /ต้นไม้เช่นเิดิม อาจนับเป้นเวลา 10-20-50 ปี หรือ นับ100ปี พอถูกตัดโค่นทำลายก็พลอยทำให้ส่วนผสมของชั้นบรรยากาศเสียสมดุลไป เป็นตัวการทำให้โลกเราร้อนขึ้นๆๆๆๆ สะสมมานานนับกว่าครึ้งศตวรรษจึงเพิ่งจะรูศึกตัว เมื่อท่านรองประธานาธิบดีอัลกอร์ ของสหรัฐฯ ท่านออกมารณรงค์และนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลก ประกาศผลวิจัยออกมาสนับสนุน กว่าที่ชาวโลกจะเชื่อกันว่า บรรยากาศโลกเราป่วยแล้ว ถ้าไม่รีบบำบัดก็คงไม่มีที่อยู่เป้นสุข ก้อาจจะสายเกินกำลัง


    ดังนั้น เราพากันมารักตันไม้กันเถอะ ผุ้ที่ไม่มีโอกาสปลูกก็ช่วยกันอนุรักษ์ พอมีที่ว่างพอปลุกต้นไม้ยืนต้นก้ปลุกกันเพิ่มขึ้น ท่านท่ีเป็นนักก่อสร้างทางทั้งหลายควรเขียนสเปคหรือบรรจุโปรแกรมเข้าสมองไว้ว่า ในแบบแปลนจะต้องไม่ตัดต้นไม้เป้นอันขาด ท่านนักการเมืองเป้นผู้บริหารมีหน้าที่ใช้เงินย่อมอยากใช้อยู้ตลอดเวลา เพื่อกระต้นเศรษฐกิจ ก็ควรหันมาใช้เงินงบประมาณไปสนับสนุนปลุกต้นไม้กันดีกว่า คิดราคาให้เป้นนำหนักกี้กิโลกรัม หรื่อคิดจ่ายเป้นตันต่อตัน ต่อต้นก้ได้ แต่ต้องไม่ตัด  ขั้นแรกจ่ายเงินให้ต้นไม้ตามบ้าน เรือกสวนไร่นาก่อน แล้วค่อยจ่ายใหม่เมือปลูกเพิ่ม  ประเทสไทยจะเข้มแข็งขึ้นได้อีกทางหนึ่ง บ้านเรามีนักเกษตร วิทยาศาสตร์การเกษตรเยอะครับ ที่เก่งๆวิชาการก็ไม่ค่อยอยากยุ่งกับบริหาร อยู่ทำวิจัยไปเงีบยๆ หาพึ่สงบกับต้นไม้ดีกว่า ต้นมไ้หิวก้ไม่ต้องหนวกหูจากเสียงร้องเหมือนเลี้ยงสัตว์  แต่จะอยู่อย่างเดียวพืชไม่มีสัตว์ก็ไม่ได้อีกเพราะจะไม่มีมูลสัตว์เป็นปุ๋ยให้พืชกิน มันก็หมุน เวียนกันไปเป็นฯวงจร แต่ไม่ใช่วงวนเหมือนประเทศมหาอำนาจการถดถอยเช่นแถวๆกรุงเทพฯ พอกำลังจะก้าวไปหน่อยก็พากลับมาตั้งต้นใหม่ทุกที วงวนชั่งซำ้กเสียนี่กระไร ยิ่งคิดยิ่งเมื่อยกับชะตากรรมของผู้ลิขิตชีวิตพลเมือง  ในวิชาหน้าที่พลเมืองศีลธรรมที่ครูเคยสอนเคยเรียน กับเรื่องที่บรรดาผู้มีอำนาจกำลังปฏิบัติของแต่ละรัฐบาลสวนกันกับตำราที่คณูาอาจารย์พากันพรำสอนมา พลเมืองส่วนใหญ่ดี รุ้จักหน้าที่ เพราะถ้าไม่รู้หน้าที่และเป็นพลเมืองดีแล้ว ประเทสก้คงอยูไม่ได้ ส่วนการบริหารบ้านเมืองแตละยุคสมัย 30 ปี 50 ปีผ่านไป ยังอยู่ในวังวนเดิมๆ โลภ โทสะ โมหะ กิเลส 500 กอง ยังอยู่ครบถ้วนไม่มีการเบาบางลง โครงการที่ำวางแผนกันออกมา นักวิชาการ/วิศวกรก็ทรยศวิชาชีพของตนเอง จรรยาบรรณที่ในมหาวิทยาลัยพรำ่สอนกันไว้ เก็บขึ้นหิ้งไว้ เพราะมัวเมาในวัตถุมาก หลงอำนาจเงินทองกันจนเกินขนาด ทำำให้ผลลัพธ์ที่ประชาชนพลเมืองควรเป้นสุขกัน กลับต้องเดือดร้อนวุ่นวายกันไปทุกวัน  ชาวพุทธสอนกันไว้ให้มีขันติ วีริยะ จิตตะ วิมังสา ก็ทำให้เราคนไทยทนทายาทต่อความช้ำใจได้ยาวนาน เหลือกำลังกันจริงๆ บางครั้งก้ต้องออกมาประท้วงกันตามยุคสมัย 


    ทุกส่วนทุกฝ่ายทุกๆท่านหากหันมาช่วยกันปลูกต้นไม้กัมากๆ รักษาต้นไม้ไว้อย่าทำลาย จิตใจจะสงบ พบแสงธรรม นอกจากจะช่วยโลกร้อนได้โดยตรง เืนื้อไม้ ทุกๆ 1 กก. ก้คือการเก็บกักคาร์บอนไว้ได้ 6 กก.นั้น่เองครับ และช่วยฟอกอากาศเพิ่มอ๊อกซิเจนแก่บรรยากาศ รอบๆตัวเรา  เพราะนอกจากบำบัดโลกร้อนแล้ว ก้ช่วยบำบัดใจร้อนของเราให้เย็นลงบา้งก็น่าจะดี


    สมการพื้นฐาน   6CO

  3. 3
    เอกรัฐ พรหมดีราช
    เอกรัฐ พรหมดีราช egkarat@gmail.com 17/07/2010 03:05

    ตอนเราเรียนมัธยมต้น ครูท่านสอนเราแล้วเรื่องการสังเคราะห์แสงของพืช เป็นกระบวนการสรีระวิทยาพืชที่สร้างอาหารเอง พืชสามารถปรุงอาหารได้เองโดยสีเขียวที่ใบพืชทำหน้าที่สังเคราะห์แสง เปลี่ยนน้ำที่ดูดขึ้นมาจากดิน สนธิกันกับก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์จากอากาศ โดยได้พลังงานจากแสงแดดเป้นตัวกระตุ้น กลายเป็นน้ำตาล 6 โมเลคุล กับอ๊อกซิเจน 6 โมเลกุล ฉะนั้น ในแต่ละครั้งหรือรอบของปฏิกริยาชีวเคมีที่เิกิดขึ้นจากการสังเคราะห์แสง ก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ในอากาศก็จะถูกเก็บกักไว้ในรูปของสารพวกแป้งและน้ำำตาลไว้ในต้นไม้เนื้อไม้ เปลือกแก่นและแม้แต่เป็นใบพืช และส่วนเหนือดินเป้นส่วนใหญ่ ที่ถูกเ็ก็บไว้ใต้ดินก็อยู่ในส่วนของรากและลำต้นใต้ดิน 


    ตราบใดที่เราไม่โค่นเผา ทำลาย ตัวการโลกร้อน คือ ก๊าซคาร์บอนฯก้จะยังคงอยู่ในรูปของเนื้อไม้สารอินทรีย์ในส่วนต่างของพืข /ต้นไม้เช่นเิดิม อาจนับเป้นเวลา 10-20-50 ปี หรือ นับ100ปี พอถูกตัดโค่นทำลายก็พลอยทำให้ส่วนผสมของชั้นบรรยากาศเสียสมดุลไป เป็นตัวการทำให้โลกเราร้อนขึ้นๆๆๆๆ สะสมมานานนับกว่าครึ้งศตวรรษจึงเพิ่งจะรูศึกตัว เมื่อท่านรองประธานาธิบดีอัลกอร์ ของสหรัฐฯ ท่านออกมารณรงค์และนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลก ประกาศผลวิจัยออกมาสนับสนุน กว่าที่ชาวโลกจะเชื่อกันว่า บรรยากาศโลกเราป่วยแล้ว ถ้าไม่รีบบำบัดก็คงไม่มีที่อยู่เป้นสุข ก้อาจจะสายเกินกำลัง


    ดังนั้น เราพากันมารักตันไม้กันเถอะ ผุ้ที่ไม่มีโอกาสปลูกก็ช่วยกันอนุรักษ์ พอมีที่ว่างพอปลุกต้นไม้ยืนต้นก้ปลุกกันเพิ่มขึ้น ท่านท่ีเป็นนักก่อสร้างทางทั้งหลายควรเขียนสเปคหรือบรรจุโปรแกรมเข้าสมองไว้ว่า ในแบบแปลนจะต้องไม่ตัดต้นไม้เป้นอันขาด ท่านนักการเมืองเป้นผู้บริหารมีหน้าที่ใช้เงินย่อมอยากใช้อยู้ตลอดเวลา เพื่อกระต้นเศรษฐกิจ ก็ควรหันมาใช้เงินงบประมาณไปสนับสนุนปลุกต้นไม้กันดีกว่า คิดราคาให้เป้นนำหนักกี้กิโลกรัม หรื่อคิดจ่ายเป้นตันต่อตัน ต่อต้นก้ได้ แต่ต้องไม่ตัด  ขั้นแรกจ่ายเงินให้ต้นไม้ตามบ้าน เรือกสวนไร่นาก่อน แล้วค่อยจ่ายใหม่เมือปลูกเพิ่ม  ประเทสไทยจะเข้มแข็งขึ้นได้อีกทางหนึ่ง บ้านเรามีนักเกษตร วิทยาศาสตร์การเกษตรเยอะครับ ที่เก่งๆวิชาการก็ไม่ค่อยอยากยุ่งกับบริหาร อยู่ทำวิจัยไปเงีบยๆ หาพึ่สงบกับต้นไม้ดีกว่า ต้นมไ้หิวก้ไม่ต้องหนวกหูจากเสียงร้องเหมือนเลี้ยงสัตว์  แต่จะอยู่อย่างเดียวพืชไม่มีสัตว์ก็ไม่ได้อีกเพราะจะไม่มีมูลสัตว์เป็นปุ๋ยให้พืชกิน มันก็หมุน เวียนกันไปเป็นฯวงจร แต่ไม่ใช่วงวนเหมือนประเทศมหาอำนาจการถดถอยเช่นแถวๆกรุงเทพฯ พอกำลังจะก้าวไปหน่อยก็พากลับมาตั้งต้นใหม่ทุกที วงวนชั่งซำ้กเสียนี่กระไร ยิ่งคิดยิ่งเมื่อยกับชะตากรรมของผู้ลิขิตชีวิตพลเมือง  ในวิชาหน้าที่พลเมืองศีลธรรมที่ครูเคยสอนเคยเรียน กับเรื่องที่บรรดาผู้มีอำนาจกำลังปฏิบัติของแต่ละรัฐบาลสวนกันกับตำราที่คณูาอาจารย์พากันพรำสอนมา พลเมืองส่วนใหญ่ดี รุ้จักหน้าที่ เพราะถ้าไม่รู้หน้าที่และเป็นพลเมืองดีแล้ว ประเทสก้คงอยูไม่ได้ ส่วนการบริหารบ้านเมืองแตละยุคสมัย 30 ปี 50 ปีผ่านไป ยังอยู่ในวังวนเดิมๆ โลภ โทสะ โมหะ กิเลส 500 กอง ยังอยู่ครบถ้วนไม่มีการเบาบางลง โครงการที่ำวางแผนกันออกมา นักวิชาการ/วิศวกรก็ทรยศวิชาชีพของตนเอง จรรยาบรรณที่ในมหาวิทยาลัยพรำ่สอนกันไว้ เก็บขึ้นหิ้งไว้ เพราะมัวเมาในวัตถุมาก หลงอำนาจเงินทองกันจนเกินขนาด ทำำให้ผลลัพธ์ที่ประชาชนพลเมืองควรเป้นสุขกัน กลับต้องเดือดร้อนวุ่นวายกันไปทุกวัน  ชาวพุทธสอนกันไว้ให้มีขันติ วีริยะ จิตตะ วิมังสา ก็ทำให้เราคนไทยทนทายาทต่อความช้ำใจได้ยาวนาน เหลือกำลังกันจริงๆ บางครั้งก้ต้องออกมาประท้วงกันตามยุคสมัย 


    ทุกส่วนทุกฝ่ายทุกๆท่านหากหันมาช่วยกันปลูกต้นไม้กัมากๆ รักษาต้นไม้ไว้อย่าทำลาย จิตใจจะสงบ พบแสงธรรม นอกจากจะช่วยโลกร้อนได้โดยตรง เืนื้อไม้ ทุกๆ 1 กก. ก้คือการเก็บกักคาร์บอนไว้ได้ 6 กก.นั้น่เองครับ และช่วยฟอกอากาศเพิ่มอ๊อกซิเจนแก่บรรยากาศ รอบๆตัวเรา  เพราะนอกจากบำบัดโลกร้อนแล้ว ก้ช่วยบำบัดใจร้อนของเราให้เย็นลงบา้งก็น่าจะดี


    สมการพื้นฐาน   6CO

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

 
 หน้าแรก  ตะกู  บทความ  เว็บบอร์ด  รวมรูปภาพ
By คุณไก่กล้าพันธุ์ไม้2.  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view