http://www.takuyak.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  ตะกู  บทความ  เว็บบอร์ด  รวมรูปภาพ
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
« April 2020»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 23/05/2008
ปรับปรุง 05/06/2018
สถิติผู้เข้าชม2,463,915
Page Views3,349,955
สินค้าทั้งหมด 5
Menu
หน้าแรก
บทความ
เว็บบอร์ด
รวมรูปภาพ
โลกร้อน หายนะมวลมนุษยชาติ
มิติธรรมชาติ
เศรษฐพอเพียง
สักทองพืชทำเงินที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาล
"ต้นยางนา" พืชสร้างเงินที่ไม่ธรรมดา
"ไม้ยูคาลิปตัส"ความต้องการใช้ที่มีอย่างต่อเนื่อง
เปิดคลังไอเดียพืชทำเงิน
ไม้พยุง ไม้เงินล้านวันนี้ราคาพุ่งแรงแซงไม่หยุด
ราคาทอง
ราคาน้ำมัน
พยากรณ์อากาศ
ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
กรมส่งเสริมการเกษตร
กรมวิชาการเกษตร
ทีวีผ่านเน็ต
ศูนย์รวมสมุนไพรทุกชนิด
เพื่อนบ้านทั้งหมด
 

"หมากเม่า"พืชทำเงินที่คิดไม่ถึง

"หมากเม่า"พืชทำเงินที่คิดไม่ถึง

หมากเม่า

     หมากเม่า เป็นต้นไม้ในสายพันธุ์เบอร์รี่  ซึ่งมีอยู่ในป่าตามธรรมชาติในเขตพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศไทย  โดยจะมีความแตกต่างที่สังเกตได้ คือ ขนาดของผล โดยจะมีมากในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในหลายจังหวัด แต่จะมีมากและเป็นพันธุ์ที่มีขนาดผลใหญ่กว่าปกติ  ซึ่งเรียกกันในท้องถิ่นว่าเม่าหลวง  ผลไม้ในสายพันธุ์นี้ได้รับความนิยมในต่างประเทศและประเทศไทย ได้นำมาแปรรูปเป็นน้ำผลไม้เข้มข้น  โดยนิยมดื่มเพื่อบำรุงสุขภาพ  เนื่องจากมีสารอาหาร  วิตามิน  แร่ธาตุ และอื่น ๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย

หมากเม่า หรือ มะเม่า หรือ เม่า กำลังได้รับการยกระดับจากพันธุ์ไม้ป่ามาเป็นพันธุ์พืชเศรษฐกิจ  ทั้งนี้ส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากที่ไวน์หมากเม่าของประเทศไทยไปชนะการประกวดไวน์นานาชาติที่เบลเยี่ยม ในช่วงที่กำลังมีการแข่งขันฟุตบอลโลกที่เกาหลี และญี่ปุ่น  เมื่อก่อนหน้านี้เป็นผลให้ราคาผลเม่าสุกจากกิโลกรัมละ 15- 20  บาท มีราคาเพิ่มขึ้นเป็น 25 30 บาท ในเวลาต่อมาเมื่อถึงปลายฤดูที่ให้ผลผลิตก็จะมีราคาเพิ่มขึ้นอีก  หมากเม่าในไทยมีไม่เกิน 10 ชนิด โดยมีขึ้นกระจายในพื้นที่ทั่วทุกภาคของประเทศ มีทั้งที่ขึ้นในป่า  บนเขา  เชิงเขา ในที่ลุ่ม และมีพันธุ์ทนน้ำ ซึ่งพบในพรุพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งชาวท้องถิ่นเรียกว่า ละไมรอด

                                                                                                  

หมากเม่า มีชื่อพื้นเมือง ชื่อท้องถิ่นต่างกันมากมาย แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในสกุลเดียวกัน คือ  แอนไทเดสม่า  แต่ที่ผลขนาดใหญ่หน่อย เหมาะต่อการปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจก็คือ เม่าหลวง  ซึ่งชื่อนี้ตั้งครั้งแรกที่พิษณุโลก  แต่จังหวัดนี้กลับมีหมากเม่าไม่มาก ไปมีมากบริเวณเชิงเขาภูพานทั้งสองฝั่ง  เชิงเขาด้านตะวันตก  ซึ่งผลเม่าจะสุกก่อน และเข้าตลาดก่อนเม่าในเขตเชิงเขาด้านตะวันออก  การกระจายตัวตามธรรมชาติจากการเจริญขึ้นด้วยการเพาะเมล็ด และเมล็ดงอกเองเมื่อเข้าฤดูหนาวและหน้าแล้ง  ทำให้เม่ามีรสอร่อยต่างกัน ฝาดไม่เท่ากัน ขนาดผลและสีต่างกัน แก่สุกในเวลาแตกต่างกัน

                                                                                                                

เม่าปลูกแค่ 3 4 ปี ก็สามารถให้ผลผลิตได้ต้นละประมาณ 10 กิโลกรัม พันธุ์เม่าที่เกษตรกรเพาะขยายพันธุ์ออกมาขายแถบสกลนคร ต้นขนาด 1 2 คืบ ขายกันต้นละ 3 บาท ถ้าส่งเข้าไปขายในภาคกลาง ก็จะมีราคาเพิ่มขึ้นเป็นต้นละ 5 บาท ซึ่งราคาต้นพันธุ์ส่วนใหญ่จะอยู่ที่พันธุ์และความสูงของต้นหมากเม่าเป็นประการสำคัญ

และในอนาคตมีแนวโน้มว่าหมากเม่าจะได้รับการตอบรับจากตลาดมากขึ้น  เนื่องจากหลายประเทศกำลังกล่าวถึงคุณค่าทางโภชนาการที่มีผลของหมากเม่าที่นำมาแปรรูปในรูปแบบต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องนั่นเอง

 

ในคุณค่าทางอาหารของผลเม่าพบว่า ให้พลังงาน 75.20 กิโลแคลอรี ต่อ 100 กรัม โปรตีน 0.63 กรัม ต่อ 100 กรัม  เยื่อใย 0.79 กรัม ต่อ 100 กรัม คาร์โบไฮเดรต 17.96 กรัม ต่อ 100 กรัม แคลเซียม 13.30 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม เหล็ก 1.44  มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม วิตามินซี 8.97 กรัม ต่อ 100 กรัม วิตามิน บี 1   4.50 ไมโครกรัมต่อ 100 กรัม  วิตามินบี 2   0.03  ไมโครกรัม ต่อ 100 กรัม วิตามินอี 0.38 ไมโครกรัม ต่อ 100 กรัม

ความคิดเห็น

  1. 11
    phuphanphet
    phuphanphet phuphanphet@gmail.com 15/02/2009 08:46
    ผุ้นำตลาดหมากเม่า

    www.phuphanphet.com
[Back]   1 2

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

 
 หน้าแรก  ตะกู  บทความ  เว็บบอร์ด  รวมรูปภาพ
view